นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า "ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจอย่างเต็มที่เนื่องจากโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วการดำเนินธุรกิจมีการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางการเงินที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้เงินระบบ e-Paymentหรือ e-Money มากขึ้นรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำธุรกรรมต่างๆ อาทิ FinTechStartup, Crowdfunding หรือแม้กระทั่งการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือ อี-คอมเมิร์ซซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นความท้าทายของประเทศไทยที่ต้องเผชิญและเตรียมรับมือ"
"กระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการเชื่อมโยงการค้าทุกระดับได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลกซึ่งจะเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคทางการค้าที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นดังนั้นการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันสูงการอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดทางหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในทุกตลาด รวมทั้ง ช่วยปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าของไทยมากขึ้น"
นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการพัฒนาระบบการให้บริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์มาอย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป เช่นการออกหนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคาร (e-Certificate) การนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์(e-Filing) ระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์(e-Secure) การให้บริการตรวจค้นข้อมูลนิติบุคคลผ่านทางแอพพลิเคชั่นDBD e-Service การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration)การจองชื่อนิติบุคคลทางออนไลน์การให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate File) ให้บริการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า(www.dbd.go.th) และคลังข้อมูลธุรกิจ (DBD Datawarehouse) ฯลฯ
"ทุกภารกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่ได้รับความนิยมและมีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากสามารถสร้างความสะดวก รวดเร็วและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างมาก ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีที่หน่วยงานราชการได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและประชาชนรวมถึงจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนชาวต่างชาติในการเดินทางเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยเนื่องจากประเทศไทยมีระบบการอำนวยความสะดวกที่ชัดเจน สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองมีระยะเวลาที่แน่นอน และที่สำคัญ คือช่วยปรับปรุงกระบวนงานการให้บริการภาครัฐให้มีความรวดเร็วและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น"
ทั้งนี้การให้บริการต่างๆผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเห็นควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานต่างๆในการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของภาคธุรกิจและประชาชนอย่างไรก็ตามการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจถือเป็นวาระสำคัญที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องตระหนักให้มากและต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาซึ่งเชื่อว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าสามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอนและจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ - การดำเนินธุรกิจ -และความก้าวหน้าของธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น โดยมีภาครัฐเป็นพี่เลี้ยงที่สำคัญในส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ กรมฯยังได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ ระบบ WebService เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถสืบค้นข้อมูลและนำไปใช้ในการตรวจสอบซึ่งจะส่งผลให้สามารถบริการภาคธุรกิจและประชาชนได้รวดเร็วมากขึ้นสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลตามมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน (ZeroCopy) ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อมต่อกับระบบ Web Service แล้วจำนวน 112 หน่วยงาน และในระยะถัดไป กรมฯ จะมีการให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานภาครัฐโดยใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ Digital Signature เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกและความรวดเร็วให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนมากขึ้น