เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์ชี้ช่องทางรุกตลาดอินเดีย-เอเชียใต้

06 ก.ย. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์ชี้ช่องทางรุกตลาดอินเดีย-เอเชียใต้

กรมการค้าต่างประเทศ จับมือพันธมิตรเดินหน้าฝ่ามรสุมสงครามการค้า จัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ชี้ช่องการค้าแนะแนวทางการดำเนินธุรกิจในอินเดียและเอเชียใต้ พร้อมผลักดัน SMEs ให้เจาะตลาดรองที่มีศักยภาพและน่าลงทุน

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานสัมมนา เรื่อง "หลีกภัยสงครามการค้า...มุ่งหน้าอินเดียและเอเชียใต้"ในวันที่ 10 กันยายน 2562 เวลา 08.30 16.30 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัยชั้น 7 อาคาร Cตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมทางออก 3) เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ประกอบการไทยได้รับทราบถึงข้อมูลโอกาสทางการตลาดรวมทั้งแนวทางการดำเนินธุรกิจในอินเดียและเอเชียใต้ เช่น บังกลาเทศ ภูฏาน เนปาลศรีลังกา เป็นต้น ซึ่งเป็นตลาดรองที่มีศักยภาพ และมีกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอินเดีย

 

"ท่ามกลางความกดดันของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันจากสงครามการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯและจีน ผนวกกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังตลาดหลักลดลงภาวะการส่งออกของไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยง จึงต้องมีการกระจายความเสี่ยงด้วยการลดการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียวกรมฯจึงเล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางการค้าการลงทุนในตลาดรองอย่างอินเดียและเอเชียใต้ที่จะสามารถผลักดันการส่งออกของไทยให้เดินหน้าฝ่ามรสุมสงครามการค้าต่อไปได้"

 

นายอดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนผลักดันความร่วมมือในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์(Strategic Partnership) ระหว่างไทย - อินเดีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมให้เกิดการเปิดโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างกันให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นการผลักดันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมและนักลงทุนขนาดกลางของไทย เข้าดำเนินธุรกิจในตลาดอินเดีย ผ่านการสร้างแบรนด์มุ่งเจาะรัฐที่มีศักยภาพ อีกทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี 2 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน อินเดียและความตกลงเขตการค้าเสรี ไทย อินเดีย ที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้ผู้ประกอบการได้รับการลดหรือยกเว้นภาษีศุลกากรซึ่งครอบคลุมรายการสินค้ามากกว่า 4,700 รายการ ทั้งสินค้าเกษตร อาทิ ผลไม้สดอาหารทะเลปรุงแต่ง และสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก รัตนชาติเหล็กกล้า อะลูมิเนียม เป็นต้น

 

ทั้งนี้ นโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศภายใต้การบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีอันเป็นพลวัตสำคัญที่จะขับเคลื่อนอินเดียให้กลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นอันดับต้นของโลกส่งผลให้ตลาดอินเดียในปัจจุบันมีความต้องการและมีกำลังในการซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในภาคการส่งออกของกลุ่มสินค้าทุนและวัตถุดิบของไทยไปตลาดอินเดียในปี 2561 ที่มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น เช่น เคมีภัณฑ์มูลค่า 693.52ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+25.24%) ผลิตภัณฑ์ยาง 417.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+34.84%) ทองแดงและของทำด้วยทองแดง มูลค่า 294.14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+29.02%) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ มูลค่า 190.43 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+73.96%) เป็นต้นและยังมีสินค้าอีกหลายรายการสามารถขยายตัวในตลาดอินเดียได้อีกมากเนื่องจากอุตสาหกรรมภายในของอินเดียยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นประกอบกับประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบในด้านการขนส่งและภาพลักษณ์ของสินค้าที่มีคุณภาพในสายตาของชาวอินเดียอีกด้วย      

 

 

ทั้งนี้ ในปี 2562 (ม.ค.- มิ.ย.) ไทยมีมูลค่าการค้ากับอินเดีย 6,562.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี2561 มากกว่า 4.70% โดยเป็นการส่งออก 4,066.37 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.42% และนำเข้า 2,496.29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6.87% ทำให้ไทยได้ดุลการค้าอินเดียกว่า 1,570.08 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญไปอินเดียได้แก่ เคมีภัณฑ์ อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากอินเดีย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

 

สำหรับการขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน อินเดีย ในปี 2562(ม.ค.-มิ.ย.)มูลค่ากว่า 1,959.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 4.87% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า1,868.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 59.95% ของมูลค่าการส่งออกเฉพาะรายการที่ได้รับสิทธิฯสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิสูง ได้แก่ ลวดทองแดงเจือ น้ำมันดิบเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ -1-คลอโร-2, 3-อีพอกซิโพรเพน(อีพิคลอโรไดริน) ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของรถแทรกเตอร์ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ เศษเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม แทรกเตอร์อื่นๆ ฟีนอล(ไฮดรอกซิเบนซีน) โทลูอีนนอกจากนี้การขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการส่งออกภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี ไทย อินเดียมูลค่ากว่า 340.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯลดลง ร้อยละ 7.89 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า369.37 ล้านเหรียญสหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 49.67% ของมูลค่าการส่งออกเฉพาะรายการที่ได้รับสิทธิฯสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิสูง ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ โพลิคาร์บอเนตตู้เย็นที่มีตู้แช่แข็ง อีพอกไซด์เรซิน โพลิอะซีทัล โพลิอีเทอร์อื่นๆ โพลิอะไมด์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ อะลูมิเนียมเจือส่วนประกอบเครื่องสูบลมหรือสูบสุญญากาศ อะคริลิกโพลิเมอร์

ข่าวล่าสุด