#อัพเดทครั้งที่4
1.ทาง ผอ.โรงเรียงวัดไผ่ตัน ท่านทราบถึงปัญหานี้และได้ดำเนินการดูแลมาโดยตลอด อีกทั้งยังแจ้งว่าเด็กทั้ง2ได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการศึกษาครบถ้วน แต่ปัญหาคือเด็กๆเรียนในชั้นเรียนที่มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนอายุน้อยกว่าตนจึงมีปัญหาในการเรียนในห้องเรียน ซึ่งทางท่าน ผอ.แจ้งว่าจะประคับประคองเด็กไปจนถึงที่สุดและหากมีความจำเป็นหรือเด็กต้องการศึกษาในระบบนอกโรงเรียนก็จะได้ติดต่อกับ กศน. ให้เด็กต่อไป
2. ครอบครัวที่มีปัญหาในลักษณะนี้ มีเยอะมากในท้องที่ ทางโรงเรียนทราบถึงปัญหาและแจ้งว่ายังมีเด็กที่ยากไร้กว่านี้อีก ฉะนั้นการช่วยเหลือไม่อยากให้ไปกระจุกตัวที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง หากท่านใดจะบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์กับเด็กๆและครอบครัว ติดต่อที่โรงเรียนวัดไผ่ตันได้ครับ
3. #ย้ำ ว่าเคสนี้ไม่เปิดรับการบริจาคเป็นเงินเด็ดขาด และไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดนำไปเรี่ยไรต่อ จะมีเพียงผู้ใหญ่ที่สงวนนาม 3 ท่าน ที่ช่วยชำระค่าปรับและมอบเงินสนับสนุนยังชีพให้ครอบครัวไปตั้งตัว
4. เรื่องนี้ผมไม่ทราบว่าจะเหมาะสมไม๊ แต่ก็ขอให้ใช้วิจารณญานเพราะตัวผมเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การทำอะไรย่อมมีข้อบังคับ กฎเกณฑ์ ระเบียบ กฎหมาย ควบคุมอยู่ ทางห้างสรรพสินค้าเองก็มีนโยบายที่จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุซึ่งทุกๆคนก็ควรเข้าใจ และทราบดีแล้วว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ผมไม่อยากให้ไปต่อว่าห้าง หรือต่อว่าใครๆก็ตามที่เกี่ยวข้องว่าทำเกินไป ทุกคนมีหน้าที่ของตน คุณจะใช้ความขัดสนยากจนไปทำผิด มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
แต่การที่ผมแชร์เรื่องนี้เพราะว่า ปกติผมก็ขี้บ่นชอบระบายอยู่แล้ว และไม่คิดว่าจะมีคนมาสงสารเห็นใจจนมาช่วยเหลือกันมากมาย.... คุณแม่ที่ไปลักขโมย ผิดก็คือผิดเค้าคือคนผิด... แต่เคสนี้ก็ดีใจที่คนพร้อมให้โอกาสในขณะที่ทางผู้เสียหายคือห้าง เค้าไม่ได้ทำผิดอะไรและถ้าพูดตามตรงเค้าเสียหาย หากปล่อยปะละเลยก็อาจมีการกระทำความผิดซ้ำ ดังนั้นการนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการกฎหมายของห้างก็เป็นเรื่องที่สมเหตุ สมผล และการให้โอกาสจากสังคมก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี
ทั้งนี้หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผผยแพร่อกไปได้มีคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมนายตำรวจท่านนี้ และ วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย