ทางนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ได้ยื่นญัตติขอให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อหาทางออกให้กับเบร็กซิต ปรากฏว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุน 298 ต่อ 56 ซึ่งไม่ถึง 2 ใน 3 ตามที่กำหนด
นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน เข้าตอบคำถามประจำสัปดาห์ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และอ้างว่า รัฐบาลมีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญในการเจรจากับสหภาพยุโรป หรืออียู เกี่ยวกับข้อตกลงใหม่การถอนตัว หรือเบร็กซิต
แต่เลี่ยงตอบคำถามของเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานที่เป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก เกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ ขณะเดียวกันเขาท้าทายให้คอร์บินลงมติสนับสนุนข้อเสนอของเขาที่ให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดเป็นวันที่ 15 ต.ค. หรือเพียงสองสัปดาห์ก่อนถึงเส้นตายเบร็กซิตในวันที่ 31 ต.ค.
แต่ คอร์บิน กล่าวว่า พรรคแรงงานจะไม่ยอมหลงกลของจอห์นสัน และจะไม่สนับสนุนการจัดเลือกตั้งใหม่จนกว่าจะมั่นใจได้ว่า จะไม่มีการถอนตัวจากอียูแบบไร้ข้อตกลงอย่างที่จอห์นสันต้องการ แม้ว่าที่ผ่านมาคอร์บินย้ำหลายครั้งว่าอยากให้มีการเลือกตั้ง
ขณะที่จอห์นสัน ยืนยันว่า เขาไม่ต้องการเบร็กซิตแบบไร้ข้อตกลง และหนทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ คือ อย่าลงมติร่างกฎหมายที่ยอมจำนนต่ออียูอย่างโง่เขลาขณะที่สภาเตรียมลงมติอนุมัติร่างกฎหมายที่จะบังคับให้จอห์นสันต้องแจ้งอียูขอให้เลื่อนเส้นตายเบร็กซิตไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2563 ซึ่งคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบ และจะนำไปสู่การลงมติเรื่องการเลือกตั้งใหม่ แต่จอห์นสันต้องได้รับเสียงสนับสนุนถึง2 ใน 3 จึงจะจัดเลือกตั้งใหม่ได้ก่อนหน้านี้สภามีมติ 327 เสียงต่อ 299 เสียงเมื่อวันอังคารคัดค้านเบรกซิตแบบไม่มีข้อตกลง และเปิดทางให้ฝ่ายค้านเสนอร่างกฎหมายขอเลื่อนเบร็กซิตเข้าสู่การพิจารณาได้
นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในสภาของนายจอห์นสัน ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 6 สัปดาห์ ทำให้จอห์นสันขู่จัดการเลือกตั้งใหม่ก่อนกำหนด และสั่งขับสมาชิกในพรรคอนุรักษ์นิยม 21 คนที่แตกแถวไปร่วมโหวตสนับสนุนญัตติของฝ่ายค้าน