บทความในหนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี ที่เป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่า หากจีนอ่อนข้อให้และยอมตามเงื่อนไขของสหรัฐ ก็จะเป็นการทำสิ่งผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ และเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันและการกลั่นแกล้งอย่างมากที่สุด สิ่งเดียวที่จะทำได้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน คือ การยืนหยัดต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ
การแสดงจุดยืนแข็งกร้าวของจีนมีขึ้นหลังจากมาตรการขึ้นภาษีสินค้าระลอกใหม่ของทั้งสหรัฐและจีนเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวานท่ามกลางสงครามการค้าที่ยืดเยื้อนาน 14 เดือน โดยสหรัฐเริ่มเก็บภาษีอัตรา 15% กับสินค้าจีนมูลค่า 112,000 ล้านดอลลาร์เช่น เสื้อผ้า อาหาร เครื่องใช้ในบ้าน หูฟังไร้สาย และโทรทัศน์ ส่วนจีนเก็บภาษี 5% และ 10% กับสินค้าสหรัฐ 1,717 รายการ และในวันที่ 15 ธ.ค.สองฝ่ายจะเก็บภาษีอัตราใหม่นี้กับสินค้าฝ่ายตรงข้ามในส่วนที่เหลือตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งสหรัฐตั้งเป้าเก็บภาษีกับสินค้าจีนรวม 3 แสนล้านดอลลาร์ และจีนจะเก็บภาษีสินค้าสหรัฐรวม 75,000 ล้านดอลลาร์
ขณะที่มีการประเมินว่า กำแพงภาษีรอบใหม่จะส่งผลให้ครอบครัวชาวอเมริกันต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าจีนเกือบ 450 ดอลลาร์ต่อปี และตลาดหุ้นทั่วเอเชียพากันปรับตัวลดลงในวันนี้ด้วยความกังวล ขณะที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าการเจรจายุติสงครามการค้าจะเริ่มได้เมื่อไหร่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า การเจรจาจะยังจัดขึ้นภายในเดือน ก.ย.นี้ แต่จีนบ่งชี้ว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบทำข้อตกลง และผู้เชี่ยวชาญของจีน บอกว่า จีนยังยึดมั่นหลัก 3 ข้อในการเจรจา คือ สหรัฐต้องยกเลิกกำแพงภาษี ข้อตกลงการเจรจาต้องเป็นธรรม และการตัดสินใจซื้อสินค้าสหรัฐหรือไม่ควรขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของจีน ซึ่งหากสหรัฐไม่ยอมตาม 3 ข้อนี้ ก็ไม่มีอะไรต้องคุยด้วย