จับสาวเคนยาแอบยัดโคคาอีนในช่องคลอดเข้าไทย
02 ก.ย. 2562 | kampanad_lao

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นตัว นางลูซี่ เดอเรมม่า โอม่า สัญชาติเคนยา หลังมีข้อมูลว่าลอบขนยาเสพติดเข้าไทย โดยตรวจสอบพบยาโคคาอีนซ้อนไว้ในช่องคลอดและช่องท้อง 121 ก้อน
ข่าว
02 ก.ย. 2562 | kampanad_lao

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นตัว นางลูซี่ เดอเรมม่า โอม่า สัญชาติเคนยา หลังมีข้อมูลว่าลอบขนยาเสพติดเข้าไทย โดยตรวจสอบพบยาโคคาอีนซ้อนไว้ในช่องคลอดและช่องท้อง 121 ก้อน
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) วันนี้ (2ก.ย.) พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับ นางลูซี่ เดอเรมม่า โอม่า (Mrs.Lucy Nderema Ouma) อายุ 30 ปี สัญชาติเคนยา ได้พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (Cocaine) 121 ก้อน น้ำหนัก 1,500 กรัม มูลค่า กว่า 1 ล้านบาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนโดยวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลักลอยนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักรจากรายชื่อผู้โดยสารของสายการบินเป้าหมายพบผู้โดยสารต้องสงสัยชื่อ นางลูซี่เดอเรมม่าโอม่า จึงได้ติดตามไปจนถึงบริเวณช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง(ช่องเขียว) อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชุดจับกุมได้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบและนำกระเป๋าสัมภาระของนางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่าตรวจสอบเบื้องต้นด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
จากการซักถามนางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่า ให้การยอมรับว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในช่องคลอดและกลืนลงในช่องท้อง และยังรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มคนผิวสีเดียวกันให้นำยาเสพติดซุกซ่อนในร่างกายมาจากประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก โดยทำมาแล้วครั้งที่ 3 ครั้งส่วนยาที่นำเข้ามาจะนำมาจำหน่ายตามสถานบันเทิง ซึ่งได้รับค่าจ้างจากต้นทางเป็นเงินสกุลดอลล่าร์ แต่ไม่เปิดเผยจำนวน
ต่อมานางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่าได้นำสิ่งแปลกปลอมที่ซุกซ่อนภายในช่องคลอดออกมา 1 ก้อน และขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมออกมาอีกจำนวน 121 ก้อน เมื่อนำสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นให้ผลเป็นโคคาอีน จึงจับกุมนางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่าเบื้องต้นแจ้งข้อหานำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป