เนชั่นทีวี

ข่าว

วิกฤติเป็นโอกาส "โพดุล" เติมน้ำ รอดแล้ง

02 ก.ย. 2562 | lastman

วิกฤติเป็นโอกาส "โพดุล" เติมน้ำ รอดแล้ง

อธิบดีกรมชลฯ เผย อิทธิพลโพดุล ปั๊มน้ำฝนเข้าเขื่อนใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศ กว่า 3 พันล้าน ลบ.ม.ช่วยวิกฤติแล้ง ขณะที่เขื่อนใหญ่มีแนวโน้มจะมีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้น

2 กันยายน 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าจากฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วประเทศได้รับอิทธิพลของพายุ "โพดุล" ที่ส่งผลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศ รวมปริมาณน้ำ 3,115.78 ล้าน ลบ.ม.แบ่งเป็น

- เขื่อนภาคเหนือ 8 แห่ง 1,055.99 ล้าน ลบ.ม. 


- เขื่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง 729.73 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ ได้น้ำไหลเข้า 25 ล้าน ลบ.ม.เขื่อนลำปาว 381 ล้าน ลบ.ม.เขื่อนสิริธร 226 ล้าน ลบ.ม.


- เขื่อนภาคกลาง 3 แห่ง 40.40 ล้าน ลบ.ม. 


- เขื่อนภาคตะวันตก 2 แห่ง 911.98 ล้าน ลบ.ม.


- เขื่อนภาคตะวันออก 6 แห่ง 72.06 ล้าน ลบ.ม.


- เขื่อนภาคใต้ 4 แห่ง 305.51 ล้าน ลบ.ม.

หากแบ่งเป็นในส่วนเขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้น้ำเข้าเขื่อนภูมิพล 343 ล้าน ลบ.ม. , เขื่อนสิริกิติ์ 565 ล้าน ลบ.ม. , เขื่อนแควน้อย 72 ล้าน ลบ.ม. , เขื่อนป่าสัก 40 ล้าน ลบ.ม. รวม 4 เขื่อน 1,021 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ยังคงมีแนวโน้มที่เขื่อนใหญ่เหล่านี้จะมีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้น ได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ เก็บกักน้ำไว้ในเขื่อนทุกแห่งให้ได้มากที่สุด ยกเว้นเขื่อนที่มีปริมาณน้ำเกิน ความจุเก็บกักหรือล้นทางระบายน้ำล้น (Spillway) อยู่ในขณะนี้ ให้เร่งลดปริมาณน้ำลงให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมตามแต่ละช่วงเวลา โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน

สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนต่างๆ ในระยะนี้ ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อนแต่ละแห่งเพิ่มมากขึ้น แต่เขื่อนหลายแห่งก็ยังคงมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ขอให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด ซึ่งจะต้องสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจนถึงฤดูฝนปี 63

วิกฤติเป็นโอกาส "โพดุล" เติมน้ำ รอดแล้ง

นายทองเปลว กล่าวว่า เร่งระดมการช่วยเหลือพื้นที่นำท่วม เดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ชุมชน หรือพื้นที่การเกษตร ด้วยการระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักร และเครื่องมือต่างๆ เข้าไปเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสายหลักให้เร็วที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ 


หากประชาชนในพื้นที่ใด มีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อไปยังโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา

ด้านสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) เตือนเขื่อนน้ำน้อยวิกฤตมีน้ำใช้การต่ำกว่า 30% เช่น เขื่อนอุบลรัตน์(-1%) ,เขื่อนจุฬาภรณ์(5%) ,เขื่อนคลองสียัด(5%) ,เขื่อนป่าสักฯ(7%) ,เขื่อนลำนางรอง(8%) ,เขื่อนภูมิพล(8%) ,เขื่อนกระเสียว(8%) ,เขื่อนลำพระเพลิง(10%) ,เขื่อนทับเสลา(12%) ,เขื่อนมูลบน(18%) ,เขื่อนลำแซะ(19%)

ส่วน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล มีน้ำ 4,930ล้าน ลบ.ม.เป็นน้ำใช้การได้ 1,130 ล้าน ลบ.ม.หรือ8% เขื่อนสิริกิติ์ 4,764 ล้านลบ.ม.น้ำใช้การ 1,914 ล้าน ลบ.ม.หรือ 20%เขื่อนแควน้อย 254 ล้าน ลบ.ม.ใช้การได้ 211 ล้าน ลบ.ม.หรือ 22% เขื่อนป่าสัก 71 ล้าน ลบ.ม.ใช้การได้ 68 ล้าน ลบ.ม.หรือ 7% ส่วนเขื่อนใหญ่ภาคอีสาน เขื่อนอุบลรัตน์ 594 ล้าน ลบ.ม. นำน้ำก้นเขื่อนไปใช้ 32 ล้าน ลบ.ม.ยังติดลบ 1%

ข่าวล่าสุด