แนวทางการสืบสวนคดีของตำรวจพบข้อมูลสำคัญ 2 อย่าง คือ 1. คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุปล้นซึ่งมีมากกว่า 10 คน ตัวหลักๆ เป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดน กับ 2. สมาชิกขบวนการเหล่านี้จงใจปล้นทรัพย์สินมีค่าเพื่อเอาเงิน
การปล้นร้านทองของคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนเพราะหวังเงินนี้ กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงยังขบไม่แตกว่าเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร เพราะขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐไทยมาตลอดกว่า 15 ปีเต็มนั้น มีวิธีหาเงินแบบอื่น (เช่น เก็บเงินมวลชนและแนวร่วมวันละ 1 บาท ขอเงินรายได้จากการกรีดยางจากสวนของมวลชนและแนวร่วม สัปดาห์ละ 1 วัน) และพวกเขาชูการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ เป้าหมายคือปลดปล่อย "ดินแดนปาตานี" จากรัฐไทย ฉะนั้นการผันตัวเองมาเป็น "โจรปล้นร้านทอง" จึงน่าจะสวนทางกับอุดมการณ์ที่เคยสื่อสารกับชาวบ้านหรือมวลชนของตนเอาไว้
สาเหตุที่ทำให้ตำรวจปักใจว่า กลุ่มก่อความไม่สงบเริ่มหันมาใช้การ "ปล้นชิงทรัพย์" ควบคู่ไปกับการก่อเหตุรุนแรงรูปแบบอื่น ก็เพราะเมื่อย้อนดูเหตุการณตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา จะพบว่ามีการก่อเหตุรุนแรงเพื่อหวังทรัพย์สินแล้วหลายครั้ง เช่น
วันที่ 4 สิงหาคม วางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าสถานศึกษาหลายจุดในจังหวัดปัตตานี หนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (ฟา-ตอ-นี)