เนชั่นทีวี

ข่าว

สาวเร่งตร.สอบกรณีรพ.ปัดทำคลอด จนลูกในท้องตาย

29 ส.ค. 2562 | kampanad_lao

สาวเร่งตร.สอบกรณีรพ.ปัดทำคลอด จนลูกในท้องตาย

ทนายความอาสาฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย สภาทนายความ พา สองสามีภรรยา ติดตามความคืบหน้ากรณีโรงพยาบาลปัดทำคลอดให้ อ้างอุปกรณ์ไม่เพียงพอ จนทำให้ลูกในท้องเสียชีวิต

จากกรณีนายจิรทีปต์ อินทโชติ ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.วัลลภ จำเนียรสวัสดิ์ สว.(สอบสวน) สน.บางนา เพื่อเอาผิดโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านบางนา หลังจากนำ น.ส.อารายา สมบัติตรา อายุ 30 ปี ภรรยาท้องลูกชายอายุครรภ์ 7 เดือน โดยใช้สิทธิ์ 30 บาท เข้ารักษาเพื่อรอการคลอด แต่มีอาการตกเลือด

โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่าอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ต้องนำภรรยาไปรักษาแบบฉุกเฉินที่โรงพยาบาล ย่านมีนบุรี รวม 2 แห่ง และรพ.ทั้ง 2 นั้น แจ้งว่ามีสิทธิรักษาที่โรงพยาบาล ย่านบางนา ทั้งที่มีอาการตกเลือดอย่างหนักกับปากมดลูกเปิด 2 ซม. สุดท้ายต้องกลับมารักษาที่โรงพยาบาล ย่านบางนา ตามสิทธิ์ 30 บาท โดยได้นอนพัก 1 คืน

จากนั้นเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษส่งผลให้ลูกชายเสียชีวิตภายในครรภ์ของภรรยา แพทย์ต้องตัดสินใจผ่าคลอดนำเด็กออก ตั้งแต่กลางปี 2560 ตามที่ได้เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า มื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ส.ค. นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความอาสาฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย สภาทนายความ ได้นำนายจิรทีปต์ อินทโชติ และ น.ส.อารายา สมบัติตรา สองสามีภรรยา เข้าพบพ.ต.ท.วัลลภ จำเนียรสวัสดิ์ สว.(สอบสวน) สน.บางนา เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

นายนิติศักดิ์ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบตั้งแต่แรก คดีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่รับเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น และคิดว่าทางฝั่งผู้เสียหายตกลงกับทางโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
แต่ปรากกฏว่าทางโรงพยาบาลไม่เคยติดต่อกับผู้เสียหาย เพื่อแสดงความรับผิดชอบเยียวยาหรือออกแถลงการณ์ใดๆ ให้ฝ่ายผู้เสียหาย 
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2561 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีหนังสือออกมาว่าการกระทำดังกล่าวของทั้ง 3โรงพยาบาลมีความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่8(พ.ศ.2545) 
เรื่องมาตรฐานการส่งต่อผู้ป่วย อีกทั้งผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีเพื่อให้เป็นคดีตัวอย่าง จึงเดินทางได้แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดต่อแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 
โดยทางพนักงานสอบสวนได้รับดำเนินคดีไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วต่อจากนี้จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

นายจิรทีปต์ กล่าวว่าผ่านไป 2 ปี หลังจากเกิดเรื่อง ตนและครอบครัวไม่เคยได้รับการติดต่อจากทางโรงพยาบาลเลย ทั้งๆที่ลูกของตนเองต้องมาเสียชีวิตจากการกระทำของทางแพทย์ที่โยนกันไปมาทั้งๆ ก่อนเข้ารักษาลูกของตนเองหัวใจยังเต้นตามปกติ แต่การปฎิเสธการรักษาของทางแพทย์ทั้ง 3 โรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้ลูกของตนเองเสียชีวิตและภรรยาก็เสียเลือดมากเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนเองได้พยายามเรียกร้องเอาผิดกับการกระทำดังกล่าวแต่กลับเงียบเฉยอยากดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้เป็นตัวอย่างต่อไปสำหรับภรรยาตนเองนั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวปัจจุบันก็ไม่สามารถมีบุตรได้อีกเลยตลอดชีวิต

ข่าวล่าสุด