เนชั่นทีวี

ข่าว

การค้าชายแดนและผ่านแดน7เดือนโต 1.67%

29 ส.ค. 2562 | orawan_jan

การค้าชายแดนและผ่านแดน7เดือนโต 1.67%

กรมการค้าต่างประเทศ เผยการค้าชายแดนและผ่านแดน 7 เดือน มีมูลค่า 806,232.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.67% มาเลเซียยังเป็นคู่ค้าชายแดนอันดับหนึ่งของไทย ด้านการค้าผ่านแดน จีนตอนใต้เพิ่มแรง 40.83% มั่นใจในช่วงที่เหลือของปีนี้ การค้ายังคงสดใส

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย 7เดือนของปี 2562  (ม.ค.- ก.ค.) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 806,232.63 ล้านบาท ขยายตัว 1.67% เป็นการส่งออก 446,517.75 ล้านบาท ลดลง 0.55% และการนำเข้า359,714.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.56% ซึ่งเกินดุลการค้า86,802.87 ล้านบาท 


โดยแยกเป็น การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ มูลค่า 646,284.30ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.46% เป็นการส่งออก 362,241.25ล้านบาท ลดลง 3.61% นำเข้า 284,043.05ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.17% เกินดุลการค้า 78,198.20ล้านบาท และการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ มูลค่า 159,948.33ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.85% เป็นการส่งออก 84,276.49ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.11% นำเข้า 75,671.83ล้านบาท ลดลง 1.06% เกินดุลการค้า 8,604.66ล้านบาท


ทั้งนี้ การค้าชายแดนมาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มูลค่า 318,194.49ล้านบาท ลดลง 2.49% เป็นการส่งออก 150,497.27ล้านบาท ลดลง 11.30% นำเข้า 167,697.21ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.05% 


รองลงมา คือ เมียนมา มูลค่า 118,583.91ล้านบาท สปป.ลาว มูลค่า 116,346.28 ล้านบาท และกัมพูชา มูลค่า 93,159.63ล้านบาท ขณะที่การค้าผ่านแดนจีนตอนใต้มีมูลค่าสูงสุด มูลค่า 73,616.23ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.83% เป็นการส่งออก 31,208.38ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.22% นำเข้า 42,407.85ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.84% รองลงมาคือ เวียดนาม มูลค่า 43,751.49ล้านบาท และสิงคโปร์ มูลค่า 42,580.60 ล้านบาท


ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และมีนัยยะสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ได้แก่ ความยืดเยื้อของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังมีความไม่แน่นอนในการเจรจาหาข้อยุติปัญหาข้อพิพาทและขัดแย้งของประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ อินเดีย-ปากีสถาน เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นและการประท้วงในฮ่องกง 


รวมถึงการถอนตัวออกจากประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU)ของอังกฤษ ในวันที่ 31 ต.ค นี้รวมถึงความผันผวนของค่าเงินของประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะไทยและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค


สำหรับสถานการณ์การค้าชายแดนด้านมาเลเซียการส่งออกยังคงหดตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้ายางพารา/ผลิตภัณฑ์ยางและเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ 


ขณะที่ สปป.ลาว การส่งออกยังคงหดตัวลง อาทิน้ำมันดีเซล/น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์ฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้าสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรอื่นๆ 


ด้านเมียนมาการส่งออกยังคงมีการชะลอตัวเล็กน้อยซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สำหรับกัมพูชาสถานการณ์การค้ามีการขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกขยายตัวถึง 21.09%โดยเฉพาะการส่งกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์ อุปกรณ์ฯ เป็นต้น


นายอดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา กรมฯได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องโดยได้นำคณะ YEN-D Frontier รุ่นไทย-เวียดนามจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์จนเกิดความสนิทสนมตามแนวคิด "ความสัมพันธ์แบบเพื่อนมาก่อนแล้วธุรกิจจะตามมาเอง" ระหว่างวันที่ 22-27 ก.ค. ที่ผ่านมา ณ อำเภอเมืองจังหวัดนครพนม ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถสร้างและสานต่อความสัมพันธ์เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจได้ทันทีกว่า 18 คู่ อาทิ กลุ่มสินค้าขนมต่างๆ ช็อคโกแลตธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาหารไทย-อีสาน อุปกรณ์สำนักงาน และกลุ่มสินค้าเกษตร


นอกจากนี้ได้จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา หรือ THAILAND-MYANMAR BORDER TRADE FAIR 2019 ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2562 ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีผู้ประกอบการทั้งไทย และเมียนมาเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าดาวเด่นของทั้ง 2 ประเทศ (Country Pavilion) กว่า 150 คูหาและมีทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา ข้ามมาจับจ่ายใช้สอยภายในงานอย่างล้นหลามกว่า 9,500 คนเงินสะพัดกว่า 4.5 ล้านบาท 


นอกจากนั้นการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (BusinessMatching) ของผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ได้ยอดการค้าระหว่างกันทันทีกว่า 12.50 ล้านบาทและคาดว่าจะมีการซื้อขายต่อกันในอนาคตไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า ปุ๋ย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอางของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน เป็นต้น


ล่าสุดเมื่อวันที่ 19-21 สิงหาคม2562 กรมฯ ได้นำคณะผู้ประกอบการ YEN-DFrontier รุ่น LIMEC (ไทย-เมียนมา-สปป.ลาว)จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ สานสัมพันธ์และเจรจาขยายการค้าให้กับผู้ประกอบการระหว่างไทย-เมียนมา ณ กรุงย่างกุ้งประเทศเมียนมา มีการเปิดงาน "Business Matching Series 2019" และมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกว่า60 คู่ เกิดมูลค่าการซื้อขายกันทันทีกว่า 260ล้านบาท จากกลุ่มสินค้า เครื่องจักร อุปกรณ์ทางการเกษตร แพ็คเกจจิ้งและอุตสาหกรรมอาหาร และคาดว่าภายในปี 2563 จะมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นกว่า 500ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้มีแผนผลักดันการค้าในปี2562 โดยในระยะเร่งด่วนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนกระทรวงพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านการส่งออกเพื่อผลักดันให้การส่งออกของไทยในปีนี้ขยายตัวได้มากขึ้น


ทั้งนี้ ในระยะเวลาที่เหลือในปี 2562กรมฯ ได้เร่งจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ 

กิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (YoungEntrepreneur Network Development Program : YEN-D Program) เตรียมนำกลุ่มYEN-D Program สร้างความสัมพันธ์และเจรจาจับคู่ธุรกิจ ณกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ย.2562 และกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 20-22 ก.ย. 2562


นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต" สานสัมพันธ์การค้า เชื่อมโยงสองฝั่งโขง" ระหว่างวันที่ 12 - 15 กันยายน2562 ณ จังหวัดมุกดาหาร 

ซึ่งจะนำทัพผู้ประกอบการทั้งไทยและสปป.ลาว จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของทั้ง 2ประเทศ พร้อมจัดสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการไทยทั้ง SMEs/Startup และจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้ง 2 ประเทศและจัดประชุมหารือ-เอกชนของทั้ง 2 ประเทศเพื่อร่วมกันส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างกัน

ข่าวล่าสุด