เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐนัดชาวบ้านเคลียร์ปม! เหมืองอมก๋อย ชี้ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น

27 ส.ค. 2562 | tanpisit_ler

รัฐนัดชาวบ้านเคลียร์ปม! เหมืองอมก๋อย ชี้ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น

อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ชี้ช่อง หาข้อยุติความขัดแย้งเหมืองถ่านหินอมก๋อย ใช้วิธีทำประชามติตามพ.ร.บ.แร่ปี 2560 ด้านสผ.ยืนยันรายงาน EIA ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการผู้ชำนาญการแล้วไม่ต้องทำใหม่ ขณะที่ป่าไม้จังหวัด ถามชาวบ้านจะใช้ที่ทำกินทั้งอำเภอหรือ ชี้เจ้าของนาในพื้นที่ทำเหมือน ยินยอมแล้ว

27 ส.ค. 62 - ที่หอประชุมอำเภออมก๋อยจังหวัดเชียงใหม่ ในเวทีพูดคุยหารือให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่กรณีตำขอใบประทานบัตรเหมืองถ่านหินของ บริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด นายนิทัศน์ ธรรมสระ หัวหน้าอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า เป็นการขออนุญาตประทานบัตรเหมือนขนาดเล็ก ประเภท 3 ตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ในพื้นที่ ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งขณะนั้นยังดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.แร่ 2510 ซึ่งต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตามพ.ร.บ.แร่ ฉบับล่าสุด ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นใหม่ แต่บริษัทไม่ต้องทำรายงานวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมอีกแล้ว เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการมาแล้วเมื่อปี 2554 จึงอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตตามพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ เพียงอย่างเดียว


รัฐนัดชาวบ้านเคลียร์ปม! เหมืองอมก๋อย ชี้ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น




ซึ่งหลังมีการปิดประกาศไว้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 มีประชาชนมาคัดค้านโครงการดังกล่าว จึงเข้าสู่ขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น และขอยืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดวันรับฟังความคิดเห็นออกมา ส่วนข่าวลือที่ว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 16 กันยายนนี้ไม่เป็นความจริง


ด้านนายชัยยุทธ สุขเสริม หัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลผู้ประกอบการ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและหารเหมืองแร่ เขต 3 บอกว่าการพิจารณาคำขอกรมฯ พิจารณาใน 4 ขั้นตอน คือ 1. รังวัดและติดประกาศ 2. รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และส่วนราชการต่างๆ 3.จัดทำรายงานธรณีวิทยาว่ามีศักยภาพแร่มากน้อยเพียงใด ซึ่งพบว่าสามารถขุดแร่ได้ 720,000 ตันเป็นแร่ถ่านหิน ซับบิทูมินัส ส่วนการจัดทำแผนผังเมืองมีขนาด 284 ไร่เศษ วิธีการทำเหมืองเป็นการทำแบบเปิดขุดดินเพื่อนำแร่ออกมาโดยไม่มีการระเบิด และ 4. พื้นที่โครงการจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ในกรณีของเหมืองถ่านหินแห่งนี้ เป็นป่าสงวนของกรมป่าไม้


ด้านนายวรพจน์ ทองอุปการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานเหมืองแร่และพัฒนาปิโตรเลียม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่าโครงการดังกล่าวหลังจากยื่นคำขอรับใบประทานบัตรในปี 2543 ก็เข้าสู่ขั้นตอนเข้าข่ายที่ต้องทำรายงานวิเคราะห์ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านเหมืองแร่ได้ประชุมพิจารณา 4 ครั้งเมื่อปี 2553 2 ครั้งและปี 2554 2 ครั้งและได้เห็นชอบโครงการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2554 แต่คณะกรรมการผู้ชำนาญการยังมีข้อห่วงกังวลในเรื่องของลำห้วย 2 ลำห้วยที่ไหลผ่านพื้นที่การทำเหมืองได้แก่ลำห้วยผาขาว และห้วยแม่อ่างขาง ซึ่งจะต้องมีการย้ายลำห้วยออกจากพื้นที่การทำเหมือง ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่มีโครงการใดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะมีมาตรการควบคุมลดผลกระทบก็ไม่สามารถที่จะการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ การแก้ไขจึงต้องทำด้วยการตั้งกรรมการชุมชนสัมพันธ์


อย่างไรก็ตาม นายชัยยุทธ สุขเสริม หัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลผู้ประกอบการ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและหารเหมืองแร่ เขต 3 ในฐานะวิศวกรเหมืองแร่ บอกว่าค่าภาคหลวงแร่ที่ได้จากการทำเหมือง 60% จะแบ่งให้กับท้องถิ่น เมื่อเหมืองมีรายได้ก็จะส่งภาษีเข้าคลังนำมาพัฒนาประเทศ ต้องยอมรับว่าแร่มีความสำคัญต้องใช้ในการเผาหินปูนเพื่อทำซีเมนต์ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงความสมดุลในหลายมิติ แต่ก็จะเห็นได้ว่าการพิจารณาคำขอประทานบัตร ใช้เวลานานอยู่มาก และการอนุมัติก็จะมีคณะกรรมการแร่พิจารณาประกอบกันจากหลายกระทรวง ไม่ได้อนุมัติโดยใช้อำนาจของคนใดคนหนึ่งในส่วนเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น มีความกังวลในเรื่องของแหล่งต้นน้ำและอาจเป็นกรด


รัฐนัดชาวบ้านเคลียร์ปม! เหมืองอมก๋อย ชี้ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น




ด้านนายไพโรจน์ คชรินทร์ ป่าไม้ชำนาญงาน สำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมบอกว่ากรณีความกังวลของชาวบ้านที่กลัวจะเสียพื้นที่ทํากิน จึงขอวอนให้ใช้พื้นทำกินที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จะเห็นได้ว่าในแต่ละปีที่ผ่านมาชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่สูงเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหมอกควัน จึงตั้งคำถามว่าชาวบ้านจะใช้พื้นที่ทํากินทั้งอำเภอหรือตำบลเลยหรือ และข้อเท็จจริงก็คือเจ้าของนาที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายของโครงการทำเหมืองยินยอมแล้ว


นายชัยยุทธ สุขเสริม หัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลผู้ประกอบการ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและหารเหมืองแร่ เขต 3 บอกถึงความจำเป็นที่ต้องทำเหมืองถ่านหินในปนะเทศว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ถ่านหินอยู่ 40 ล้านตันต่อปี โดยมีกำลังการผลิตในประเทศ 15 - 16 ล้านตันต่อปี ส่วนใหญ่นำมาทำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และเผาปูนซีเมนต์ การอนุมัติให้สร้างเหมืองถ่านหินขึ้นในประเทศ ก็จะช่วยลดต้นทุนในการนำเข้าถ่านหิน เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถที่จะลงทุนเองได้เพราะไม่มีทุน จึงต้องให้เอกชนชนยอมรับความเสี่ยงในเรื่องของการทำเหมือง


นายนิทัศน์ ธรรมสระ หัวหน้าอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงใหม่ บอกถึงวิธีการทำประชาคมเหมืองประเภท 3 ต้องทำในรัศมี 1 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านพื้นที่อื่นสามารถเข้าไปรับฟังได้ ส่วนจะดำเนินการต่อหรือไม่อยู่ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ถ้าไม่สามารถหาข้อยุติไม่ได้ก็ให้ลงประชามติ

ข่าวล่าสุด