การประชุมหารือพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงแยกเป็น 3 คำร้อง
คำร้องแรกและคำร้องที่สอง คือกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วย นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ที่ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีถ้อยคำของการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามบัญญัติไว้ในมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าไม่มีประเด็นที่จะให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาต่อไปว่าข้อความหรือถ้อยคำในคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ กรณีนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ยุติคำร้องส่วนกรณีนี้ของนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ยื่นให้พิจารณากรณีนี้ เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
โดยผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
เนื่องจากคำถวายสัตย์ปฏิญาณยังขาดถ้อยคำที่ว่า "ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ"
จึงเป็นถ้อยคำที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และถือว่าเป็นการกระทำ ที่ใช้บังคับไม่ได้ตามมาตรา 5 วรรค 1 อาจส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีมีปัญหาด้านความชอบธรรมของรัฐธรรนูญไปด้วย
รวมถึงมีปัญหาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน อันเป็นเหตุให้ผู้ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของผู้ร้องเรียนที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560ส่วนคำร้องของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า ประชุม สภาผู้แทนราษฎรและประชุม รัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการรวบรัดขั้นตอน อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 159 วรรค 2 และมาตรา 272 วรรค1
โดยผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นไปโดยชอบของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของผู้ร้องเรียนจึงทำให้ไม่เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ