ปูทะเลหลายสิบตัวเข้าไปติดอยู่ในกับดักที่ชาวบ้านวางไว้ ในคลองน้ำกร่อยที่มีน้ำทะเลหนุนเข้ามา พื้นที่ตรงนี้อยู่ ใกล้ๆกับบ่อกุ้ง และบ่อเพาะลูกปลาของชาวบ้านในตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำบางปะกงราว 500 เมตร
พื้นที่แบบนี้มองด้วยตาเปล่า ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่'เกษตรกรรม' ที่ควรจัดอยู่ในพื้นที่ 'สีเขียว' ในผังเมืองรวม แต่ที่นี่กำลังจะถูกเปลี่ยนสีเป็น 'สีม่วง' เพื่อเป็นที่ดินทำอุตสาหกรรม
ก่อนหน้านี้ ต.เขาดิน มีนายหน้ากว้านซื้อที่ดิน เพื่อที่เตรียมทำ 'นิคมอุตสาหกรรม' แต่ก็ยังติดอยู่ว่าผังเมืองบริเวณนี้ยังเป็นสีเขียว ต่อให้ซื้อที่ดินไปมากแค่ไหนก็ยังสร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมไม่ได้
ไม่มีใครคิดว่าภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ร่างผังเมือง EEC จะออกมา และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พื้นที่บริเวณนี้ถูกเปลี่ยนเป็น 'สีม่วง'
เพราะเคยเป็นพื้นที่สีเขียวที่สงวนไว้ทำเกษตรกรรม ชาวบ้านจึงมีสิทธิ์เช่าที่หลายสิบไร่เพื่อทำบ่อกุ้ง เลี้ยงปลา จับปู สร้างรายได้วันละเฉลี่ย 4,000 บาท และต่อเดือน มีรายได้มากถึง 120,000 บาท หลังหักต้นทุน ทั้งหมดก็ยังมีรายได้ต่อเดือนอยู่ในหลักแสนบาท
วิถีชีวิตที่เคยหารายได้กันมาอย่างเรียบง่าย และได้เป็นกอบเป็นกำเช่นนี้ กำลังจะหายไปหลังจากที่ผังเมืองเปลี่ยนสี คำถามสำคัญของชาวบ้านคือเขตพัฒนาเศรษฐกิจ คำว่า 'เศรษฐกิจ' เป็นของใคร? ของชาวบ้านหรือของนายทุน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุว่าเบื้องต้น ผังเมือง EEC อาจขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนสีผังเมือง โดยไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย กรณีนี้พรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้าแก้กฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้เร็วที่สุดขณะที่ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.ฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ระบุ ขั้นตอนของการแก้ พ.ร.บ. EEC ต้องเริ่มจากการตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมาศึกษาผลกระทบจากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จาก 4 พรรคการเมือง แต่ล่าสุดยังไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาโครงการดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องยอมรับว่าโครงการ EEC มีกลุ่มทุนเกี่ยวข้องที่ได้-เสีย ประโยชน์จำนวนมาก ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าก็จะมีหลายเรื่องใหญ่ ซึ่งนอกจากปมถวายสัตย์ และแหล่งที่มาของงบประมาณแล้ว ประเด็น EEC ก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย
วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย / รายงาน