เนชั่นทีวี

ข่าว

อพท.เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 12 คลัสเตอร์รับอีอีซี

22 ส.ค. 2562 | vipaporn

อพท.เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 12 คลัสเตอร์รับอีอีซี

อพท.เปิดผลเวทีระดมความคิดเห็นแผนศึกษาพัฒนาท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก รองรับแผนพัฒนาอีอีซี เตรียมดัน 12 คลัสเตอร์ท่องเที่ยวครอบคลุม 4 จังหวัดแบ่งออกเป็น 2 โซนรับท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ มั่นใจรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10-20 ล้านคนต่อปี

ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเทียวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ระบุ สำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 ( อพท.3 ) ได้ดำเนินโครงการศึกษารูปแบบการบริหารการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวในเขตการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเดิมให้เป็นระบบคลัสเตอร์ด้านการท่องเที่ยวชุมชนที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มีเป้าหมายที่ต้องการให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในแผนงานการสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้วยการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมประเทศ

รัฐบาลปัจจุบันมุ่งเน้นการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มีนโยบายที่ไม่เพียงต้องการให้เกิดการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวในพื้นที่อีอีซีแต่ต้องการยกระดับภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมในพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันโดยมีเป้าหมายยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

การดำเนินโครงการดังกล่าวได้กำหนดขอบเขตของพื้นที่เพื่อการศึกษาครอบคลุม 4 จังหวัด 39 ชุมชน ในภาคตะวันออกและที่ผ่านมาได้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่เป้าหมายแล้ว

โดยสรุปเบื้องต้นแผนการพัฒนาแบ่งออกเป็น 2 โซน ประกอบด้วย 1. โซนจังหวัด ชลบุรี - ระยอง ให้เป็นพื้นที่ได้การท่องเที่ยว B-leisure (บี- เลเชอร์) ซึ่งเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวของกลุ่มธุรกิจ ที่ปัจจุบันคนทำงานในภาคธุรกิจจะแบ่งเวลาทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กันมากขึ้น 2. โซนจังหวัดจันทบุรี ตราด เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว Green Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยพื้นที่ทั้ง 2 โซน มีความเหมาะสมในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สําคัญของประเทศตามยุทธศาสตร์การพัฒนาทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและบริการที่ภาครัฐกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

สำหรับแนวทางการศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนในภาคตะวันออก ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในเชิงลึก ภายใต้การจัดทำโครงการแผนงานและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ในแผนปฏิบัติการบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาตามเส้นทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่าเทียบเรือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบคลัสเตอร์ที่ส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของ 4 จังหวัด มากำหนดเส้นทางกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบเชื่อมโยงกัน

สามารถแบ่งได้เป็น 12 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย 1.ศูนย์การท่องเที่ยวทางทะเลนานาชาติ 2.เมืองตากอากาศคลาสสิคที่ทันสมัย 3.เกาะธรรมชาติที่ใกล้ที่สุดของคนเมือง 4.วิถีชุมชนนิเวศ 5.ศูนย์เรียนรู้ทางธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์ 6.ย่านเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 7.เมืองมรดกทางประวัติศาสตร์ของชายฝั่งตะวันออก 8.หมู่เกาะสีเขียว 9.วิถีตราด 10.ท่องเที่ยวชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 11.พักผ่อนและผ่อนคลาย และ 12.แหล่งกินดีอยู่ดี

เป้าหมายการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งทะเลภาคตะวันออกในรูปแบบกลุ่มคลัสเตอร์เป็นผลมาจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างต่อเนื่องระยะเวลามากกว่า 5 ปี ของ อพท. และการสำรวจวิเคราะห์โดยทีมที่ปรึกษา บริษัท ฟลัดเวย์ จำกัด เพื่อประเมินถึงศักยภาพและทิศทางการเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และการขยายตัวของเมือง การเคลื่อนย้ายจำนวนประชากรในอนาคตในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาสทางการตลาดด้านการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 - 20 ล้านคนต่อปี ในระยะ 3 - 5 ปีข้างหน้า

อพท. 3 จึงได้จัดทำแผนปฎิบัติการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 3 ปี, ระยะกลาง 6 ปี และระยะยาว 10 ปี โดยนำผลการศึกษาความเป็นไปได้และการวิเคราะห์เบื้องต้นมาจัดลำดับความสำคัญเพื่อให้เป็นแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองให้เป็นรูปธรรม

แผนการพัฒนาปฏิบัติการนี้ จะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการบูรณาการจังหวัดในแต่ละจังหวัด เพื่อเห็นชอบแผนดำเนินการก่อนนำเสนอคณะกรรมการบูรณาการระดับประเทศ อาทิ คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) ให้ความเห็นชอบ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปจัดทำแผนงบประมาณ และสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชนภายใต้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือGSTC (Global Sustainable Tourism Council) ซึ่งต้องมีแนวทางยกระดับให้บริการในแหล่งท่องเที่ยวที่คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ 4 ด้าน ตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ได้แก่ 1.ยกระดับความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว 2.ส่งเสริมความสะอาดในแหล่งท่องเที่ยว 3.ส่งเสริมความเป็นธรรมในการท่องเที่ยว (Fair) รณรงค์และส่งเสริมผู้ประกอบการไม่ให้เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว 4.ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน

สำหรับแผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็นหนึ่งในแผนงานย่อยภายใต้แผนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแผนปฏิบัติในการดาเนินการในช่วงปี พ.ศ.2560 - 2564 ให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง สู่การท่องเที่ยวระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และกลุ่มเชิงสุขภาพ โดยมีพัทยา สัตหีบ และระยอง เป็นวงแหวนการท่องเที่ยวหลัก ขยายสู่ฉะเชิงเทราซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และขยายสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประชาชนในพื้นที่ให้สูงขึ้น

อพท.เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 12 คลัสเตอร์รับอีอีซี

อพท.เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 12 คลัสเตอร์รับอีอีซี

ข่าวล่าสุด