เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอฟทีเอไทย-ตุรกีปลายส.ค.นี้

19 ส.ค. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอฟทีเอไทย-ตุรกีปลายส.ค.นี้

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรีเอฟทีเอไทย - ตุรกี ครั้งที่ 6 ในเดือนส.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ เน้นหารือเปิดตลาดสินค้าและลดภาษีศุลกากร พร้อมหารือข้อบทที่ยังคงค้างจากการประชุมรอบที่แล้ว เช่น กฎถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปี 2563

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรีเอฟทีเอ ไทย - ตุรกี ครั้งที่ 6ระหว่างวันที่ 26 - 28 สิงหาคม 2562 ณกรุงเทพฯ โดยการเจรจาในครั้งนี้จะเน้นหารือในรายละเอียดเพื่อให้การเจรจาเปิดตลาดลดและยกเลิกภาษีศุลกากรระหว่างกันมีความคืบหน้า หลังสองฝ่ายสามารถแลกเปลี่ยนรายการสินค้าที่ต้องการให้แต่ละฝ่ายเปิดตลาดให้แก่กันแล้วนอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปหรือผลักดันประเด็นคงค้างจากการเจรจารอบที่ผ่านมาให้คืบหน้าเช่น การค้าสินค้า ความโปร่งใส กฎถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการการเยียวทางการค้าเป็นต้น  โดยสองประเทศได้ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปี2563

 


ทั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับการจัดทำเอฟทีเอระหว่างไทยกับตุรกีเนื่องจากตุรกีถือเป็นตลาดศักยภาพของไทย มีประชากรกว่า 80ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวกว่า 40 ล้านคนตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ ซึ่งไทยสามารถใช้เป็นประตูสู่ 3ทวีป ได้แก่ เอเชีย แอฟริกา และยุโรปซึ่งการเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ากับตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญโดยเฉพาะ  เมื่อพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยคาดว่าการจัดทำความตกลงเอฟทีเอไทย - ตุรกี จะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าสองฝ่ายขยายตัวได้ให้ถึง 2,000ล้านดอลลาร์ ในปี 2565ซึ่งสินค้าสำคัญที่คาดว่าไทยน่าจะได้รับประโยชน์จากเอฟทีเอ เช่น สิ่งทอยานยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์อินทรีย์ พลาสติกและผลิตภัณฑ์จากพลาสติกยางและผลิตภัณฑ์จากยาง หม้อไอน้ำ เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผักและผลไม้เมืองร้อน เป็นต้น

 



สำหรับ ตุรกีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 36ของไทยในตลาดโลก และเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยในครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2562 ไทยและตุรกีมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 703.94ล้านดอลาร์  เป็นการส่งออกจากไทยไปตุรกี มูลค่า 465.02ล้านดอลลาร์  และนำเข้าจากตุรกี มูลค่า 238.93 ล้านดอลลาร์ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่นเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพาราเส้นใยประดิษฐ์ เมล็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญของไทยเช่น เคมีภัณฑ์ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด