นางลลิดา จิวะนันทประวัติรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มอบหมายให้เข้าร่วมการประชุมนานาชาติเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์GMS 2019 GMS-THAILAND e-Commerce Corridor(GTEC) ณ โรงแรมเฮอริเทจ จ.เชียงราย โดยกระทรวงพาณิชย์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมมือกับ MOCBiz Club 17 จังหวัดภาคเหนือ และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องในลักษณะภาคีเครือข่ายจัดประชุมนานาชาติฯเพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ ดึงนักลงทุนจาก GMS(Greater Mekong Subregion : อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ)โดยเฉพาะจีนมาทำการค้าขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงการกำหนดมาตรฐาน ขอบเขตข้อจำกัดทางการค้า และการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อให้ความร่วมมือทางการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้นเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
"ภายในงานได้มีการจัดแสดงสินค้าและนำผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีจาก17 จังหวัดภาคเหนือของไทยกว่า 100 รายมาเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการภายในแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีนคือ บริษัท เป่ยเตี้ยน (Beidian) ที่ได้นำผู้ประกอบการใน www.beidian88.comมากกว่า 30 ร้านค้า และกลุ่มแครอท มอลล์ (Carrot Mall) ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของจีนที่ทำตลาดทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าร่วมพบปะ/เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ประกอบการ MOCBiz Club 17 จังหวัดภาคเหนือ หลังเสร็จสิ้นงานฯเกิดมูลค่าการเจรจาธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท"
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าชุมชนที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสู่การเจรจาธุรกิจในอนาคตในรูปแบบของการให้คำปรึกษาเฉพาะ(Clinic) รวมถึง การจัดเสวนาหัวข้อ "มุมมองและโอกาสบนเส้นทางระเบียงGTEC" "การพัฒนาสินค้าไทยให้ตอบโจทย์ตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศจีน"โดยผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น
"ในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงโครงข่ายผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วประเทศไทยเข้ากับภูมิภาคอาเซียนลักษณะโครงข่ายระเบียงเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่โดยใช้ระบบอี-คอมเมิร์ซเป็นตัวเชื่อมระบบการค้าทั้งหมด และจะมีการนำ "เถาเป่าโมเดล"ของจีน มาเป็นต้นแบบในการวางรากฐานเพื่อสร้างเป็นชุมชนอี-คอมเมิร์ซในประเทศซึ่งจะให้ระบบการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ของไทยมีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถแก้ปัญหาความยากจนภายในประเทศระยะยาว"
ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่จะทำการค้าขายกับประเทศจีนหรือประเทศอื่นๆต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด มีระบบการจ่ายเงิน (e-Payment)ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตลอดจนมีการระบบการขนส่งสินค้า (Logistic)ที่รวดเร็ว และที่สำคัญต้องมีความเป็นมืออาชีพในการประกอบธุรกิจและมีความซื่อสัตย์สุจริตทั้งต่อตนเองและคู่ค้า
อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมฯ ดังกล่าวอีกครั้งโดยจะมีการเชิญผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเจรจาจับคู่ธุรกิจโดยยังคงเน้นการใช้ระบบอี-คอมเมิร์ซเป็นตัวเชื่อมทางการค้า และจะทำการขยายกิจกรรมฯนี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อีกต่อไปในอนาคต