เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์เผยโอกาสอาหารซุปเปอร์ฟู้ดมาแรง

04 ส.ค. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์เผยโอกาสอาหารซุปเปอร์ฟู้ดมาแรง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุ สินค้าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ biodiversity กำลังจะเข้ามาแทนที่สินค้า organic เหตุช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับระบบอาหารของโลก จากการทำให้ระบบอาหารมีความหลากหลาย ลดการคุกคามสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสให้เกิดนวัตกรรมอาหารในกลุ่มซุปเปอร์ฟู้ด

นางขวัญนภา ผิวนิลผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าขณะนี้บุคคลที่อยู่ในวงการอาหารของสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก ทั้งเกษตรกร นักธุรกิจนักคิดค้นสินค้าใหม่ๆ เริ่มมีความเชื่อว่าอาหารอินทรีย์อย่างเดียงไม่เพียงพอที่จะสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบอาหารของโลกจึงต้องมีการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ biodiversity ซึ่งเป็นการเข้าถึงระบบการเกษตรและการเผลิตอาหารที่เป็นแบบครบถ้วนบริบูรณ์(holistic) และมีความยั่งยืน (Sustainability) มากกว่าระบบอินทรีย์(organic)

"แนวคิด biodiversity กำลังมาแรงในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกโดยมีแรงกระตุ้นจากรายงานขององค์กรอาหารและเกษตรของโลกที่ระบุว่า ร้อยละ 72ของอาหารโลกมาจากพืช 12 สายพันธุ์ และสัตว์ 5 สายพันธุ์เท่านั้นซึ่งหมายถึงว่าระบบอาหารในปัจจุบันของมนุษย์กำลังเป็นอันตรายต่อพืชและสัตว์และต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตพืชและสัตว์เหล่านั้นแต่ biodiversity หมายถึงจำนวนพืชและสัตว์ที่หลากหลายสายพันธุ์มากยิ่งขึ้นจะถูกนำมาใช้เป็นอาหารและจะทำให้ระบบอาหารมีความหลากหลายมากขึ้นลดการคุกคามสิ่งแวดล้อม และ biodiversity ยังสร้างโอกาสให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมอาหารหลายรายการในกลุ่มซุปเปอร์ฟู้ดด้วย"


ทั้งนี้ biodiversity เป็นการเน้นการเข้าถึงที่ครบถ้วนบริบูรณ์ในการปลูกการผลิต และการพัฒนาอาหารจากฟาร์มสู่ร้านค้ามีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบอาหารที่สามารถฟื้นกลับคืนสภาพเดิมได้ และมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นโดย biodiversity จำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เป็นระบบเกษตรกรรมแบบฟื้นฟูที่เป็นการทำการเกษตรในสิ่งแวดล้อมที่ถูกควบคุมหรือการเกษตรใน greenhouse หรือห้องปลูกพืชและที่เป็นระบบเกษตรกรรมแบบที่มีความแม่นยำสูง


ปัจจุบันมีสัญญาณบ่งบอกว่าการบริโภคอาหารอินทรีย์ในสหรัฐอเมริกากำลังเริ่มอิ่มตัว แม้ว่าจะยังมีการเติบโต แต่ไม่เข้มแข็งเหมือนในอดีตผู้บริโภคจำนวนเพิ่มมากขึ้นไม่ได้สนใจประกาศนียบัตรแสดงการเป็นอินทรีย์ของสินค้าแต่ให้ความสนใจต่อระบบ traceability ที่สามารถตรวจสอบการผลิตได้ถึงต้นทางรวมถึงความโปร่งใสของมาตรฐานและระบบกำกับติดตาม และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่ระบุว่าให้ความสำคัญกับอาหารที่ผลิตปลูกในพื้นที่มากที่สุด และต้องการมากขึ้นเกี่ยวกับผู้ผลิตและกรรมวิธีการผลิตและปลูก


อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดตัว biodiversity อย่างเป็นทางการครั้งแรกในตลาดสหรัฐอเมริกาที่คูหา Whats Next in Food ในงาน Winter Fancy Food Show ที่จัดขึ้นในนครซานฟานซิสโกเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนของอาหาร โดยมีบริษัทธุรกิจbiodiversity เข้าร่วมแสดงสินค้า 14 บริษัท เช่น บริษัท Lumenที่มีฐานอยู่ในเมือง Oakland รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ปลูกกัญชาและนำไปผลิตเครื่องดื่มทำจากกัญชาที่เป็นแบบ Cold-pressed เป็นต้น


สำหรับการเกิดขึ้นของ biodiversityคือ หัวใจของอาหารและอุตสาหกรรมอาหารที่อาจพัฒนาเป็นอาหารอินทรีย์แบบใหม่ที่อยู่บนหลักการของความครบถ้วนบริบูรณ์มากกว่าอาหารอินทรีย์ทั่วไปโดยหนึ่งในผู้นำระบบ biodiversity ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน คือ บริษัท TheFuture Market และบริษัท Food+Tech Connect ที่มีฐานอยู่ในนครนิวยอร์ก

ข่าวล่าสุด