เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์ห่วงสหรัฐขึ้นภาษี10%สินค้าจีนรอบใหม่กระทบเศรษฐกิจโลก

02 ส.ค. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์ห่วงสหรัฐขึ้นภาษี10%สินค้าจีนรอบใหม่กระทบเศรษฐกิจโลก

กระทรวงพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์หลัง 'ทรัมป์' ทวีตขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 10% ในส่วนที่เหลือ 3,812 รายการ ห่วงกระทบต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจโลก ชี้ไทยยังได้รับผลกระทบไม่มากเมื่อทียบกับสหรัฐขึ้นภาษีจีนไปก่อนหน้านี้

                น.ส.พิมพ์ชนกวอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่าสนค.ได้ประเมินผลกระทบสินค้าล็อตใหม่ที่สหรัฐฯเตรียมขึ้นภาษี 10% กับสินค้านำเข้าจากจีนจำนวน3,812 รายการ  ในวันที่ 1 ก.ย. 2562  โดยเป็นกลุ่มสินค้าส่วนที่เหลือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐฯนำเข้าจากจีนส่วนใหญ่ครอบคลุมสินค้าอุปโภคและบริโภค อาทิ อาหาร อุปกรณ์/เครื่องใช้ภายในบ้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม) เสื้อผ้าและรองเท้าเครื่องประดับ และของเล่น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคสหรัฐฯทั้งนี้ สหรัฐฯยกเว้น สินค้าบางรายการ อาทิ ยา และแร่ Rare Earth



ทั้งนี้ การขึ้นภาษีครั้งนี้ สหรัฐฯอ้างว่าจีนไม่ทำตามข้อตกลงที่เคยได้ให้ไว้คือไม่ซื้อสินค้าเกษตร (ถั่วเหลือง และอื่นๆ) และยังขายยา Fentanyl  (ยาระงับปวด) ไปยังสหรัฐฯ ประกอบกับการเจรจาครั้งที่12 ที่กรุงปักกิ่ง ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร  ซึ่ง สหรัฐฯและจีนมีกำหนดการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกครั้งในเดือนก.ย. 2562



สำหรับความเห็นของสนค. โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯยังคงใช้มาตรการทางภาษีเพื่อกดดันจีนโดยเฉพาะให้นำเข้าสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของสหรัฐฯในแถบ Midwest ขณะที่จีนมีท่าทีดึงการเจรจาออกไปโดยอาจรอดูแนวโน้มผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯในเดือนพ.ย. 62 นี้



อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสงครามการค้าไม่ได้กระทบไทยเพียงประเทศเดียวแต่ส่งผลไปทั่วโลก อาจทำให้ปริมาณการค้าโลกหดตัว รวมทั้งส่งผลต่อตลาดเงิน ตลาดทุนและราคาน้ำมัน ที่มีการตอบสนองทันทีหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯทวีตประกาศการขึ้นภาษีตอบโต้ครั้งล่าสุตลาดหุ้นดาวน์โจนส์ร่วงลงกว่า200 จุด เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน โดยก่อนหน้านี้ IMF ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์GDP และปริมาณการค้าโลก (สินค้าและบริการ) ปี 2562 เหลือ3.2% และ 2.5% ตามลำดับ




"หากสหรัฐฯเดินหน้าขึ้นภาษีจริง ขณะที่ผลกระทบทางตรงต่อการส่งออกไทยและผลกระทบทางอ้อมผ่านห่วงโซ่อุปทานจีนประเมินว่ามีไม่มากนักเมื่อเทียบกับมาตรการที่ผ่านมาและบางส่วนเป็นสินค้าที่ไทยมีการนำเข้าสุทธิในปี 2561 และ 2562 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบผ่านห่วงโซ่อุปทานโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่างใกล้ชิด"  




อย่างไรก็ดี รายการสินค้าที่ไทยสามารถแสวงหาโอกาสในการส่งออกเพิ่มได้โดยเฉพาะมีสินค้าเกษตรอยู่หลายรายการ ไทยมีโอกาสที่จะส่งออกเพิ่มในตลาดสหรัฐฯกว่า725 รายการ โดยเป็นสินค้าที่ไทยมีด้วยส่วนแบ่งตลาดและความสามารถทางการแข่งขันในรายสินค้า(RCA) สูงประกอบกับภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าไทยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค อาทิอาหารและเครื่องปรุงอาหาร (เครื่องเทศ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันมะพร้าว พีนัท ถั่วPignolia น้ำตาลอ้อย) น้ำผลไม้ ขิง ชาเขียวเสื้อผ้าและผ้าผืน รองเท้า อุปกรณ์กีฬา เครื่องประดับ (ไข่มุกและนาฬิกา)และของใช้ในบ้าน (เครื่องเซรามิค เครื่องแก้ว)




"การตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และจีนเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเช่นไทยโดยรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์มิได้นิ่งนอนใจซึ่งในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ. พาณิชย์) ในวันที่ 14 ส.ค. 62จะมีการหารือในประเด็นนี้ด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมแนวทางการรับมือไว้ เช่นทำแผนรุกตลาดในสินค้าศักยภาพลงลึก และเร่งการพัฒนาการส่งออกผ่านออนไลน์ (e-commerce)เตรียมข้อมูลเรื่อง non-tariff measures ที่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ควรเร่งเจรจาเร่งผลักดันการค้าชายแดนที่มีศักยภาพในการขยายตัว" น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว




น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า สงครามการค้าครั้งนี้ไม่ได้มีแต่สหรัฐฯและจีนที่เจ็บตัวกัน แต่ผลกระทบกระจายไปทั่วโลกเจ็บตัวกันไปไม่มากก็น้อย ซึ่งไม่เป็นการดีกับการค้าโลกที่ยังเปราะบางอยู่ สนค.มองว่าความขัดแย้งของสองประเทศมีรากเหง้าลึกกว่าเรื่องของการค้าเป็นการแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีและการมีอิทธิพลในทวีปเอเชียด้วยจึงอาจจะเป็นหนังเรื่องยาว ในส่วนของไทยแม้ว่าอาจจะทำให้การส่งออกลดลงบ้างในปีนี้แต่ท่ามกลางปัญหา ก็ยังเห็นโอกาสอยู่หลายจุดเพราะเศรษฐกิจไทยและการส่งออกไทยมีพื้นฐานที่เข้มแข็งสินค้าไทยหลายตัวมีมาตรฐานสูงและมีชื่อเสียงในตลาดโลกขณะนี้เป็นโอกาสที่เราจะนำสินค้าไทยแทรกเข้าไปในหลาย ๆ ตลาดแม้ว่าระยะสั้นอาจจะต้องมีผลกระทบแรงต่อการส่งออก แต่มั่นใจว่า ถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกันก็จะรับมือได้อย่างแน่นอน




นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้ติดตามสถานการณ์การนำเข้าอย่างใกล้ชิดในกลุ่มสินค้าสำคัญได้แก่ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ฯ อะลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ เครื่องจักรไฟฟ้าฯ ทองแดง และเคมีภัณฑ์เพื่อป้องกันการสินค้าไหลเข้ามาไทยเป็นจำนวนมากจากมาตรการภาษีระหว่างสหรัฐฯและจีนที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศและผู้บริโภคซึ่งยังไม่พบการนำเข้าที่ผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด