คุมเข้มสตช. วางกำลังดูแล 24 ชั่วโมง
01 ส.ค. 2562 | kampanad_lao

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลคุมเข้ม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกำลังตรวจทั้งถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกราชประสงค์ไปจนถึงแยกเฉลิมเผ่า และถนนอังรีดูนังต์ ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว
01 ส.ค. 2562 | kampanad_lao

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลคุมเข้ม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกำลังตรวจทั้งถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกราชประสงค์ไปจนถึงแยกเฉลิมเผ่า และถนนอังรีดูนังต์ ตลอด 24 ชั่วโมง
จากกรณีชายปริศนาลักษณะผอมสวมเสื้อเหลือง กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋า และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ใส่หมวกและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก่อนโยนวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องมันฝรั่งและกล่องน้ำผลไม้ มีไฟกระพริบสีเขียว เข้าบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม1 แล้วหลบหนีไป โดยเหตุเกิดช่วงเย็นของวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุได้มีการประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี. เข้ามาตรวจสอบ พบเป็นระเบิดปลอม ที่มีการต่อสายไฟ แผงวงจร มีเม็ดลูกปืน ให้ดูคล้ายเป็นระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 2 กล่อง แต่ไม่สามารถระเบิดได้จริง เนื่องจากไม่มีดินระเบิด เบื้องต้นคาดว่า ชายคนดังกล่าวต้องการสร้างสถานการณ์ หรือต้องการป่วนการประชุม ก.ตร. ในวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งจะมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฯ ที่จะเดินทางมาประชุม ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในค่ำคืนนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาเดินตรวจตราโดยรอบ ทั้งถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกราชประสงค์ไปจนถึงแยกเฉลิมเผ่า และถนนอังรีดูนังต์ ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนด้านในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการจัดกำลังตำรวจสังกัด กองบัญชาการตำรวจสันติบาล คอยตรวจตรารถเข้า-ออกอย่างเข้มงวด
ขณะที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ทางตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญตัวโชว์เฟอร์แท็กซี่ จำนวน 3 ราย และพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง จำนวน 4 ราย มาทำการสอบปากคำ เพื่อหาเบาะแสของบุคคลต้องสงสัยดังกล่าว ในส่วนของการเดินทางทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ นอกจากนี้ทางชุดสืบสวนยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามบุคคลลึกลับรายนี้ มาดำเนินสอบสวนและคดีตามกฎหมายต่อไป