ผู้ประท้วง 43 คนเข้ารับฟังการแจ้งข้อหาก่อจลาจลที่ศาล หลังถูกจับกุมสืบเนื่องจากการร่วมชุมนุมประท้วงและปะทะกับตำรวจเมื่อวันอาทิตย์ แต่ผู้ประท้วงอีกคนไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาล จึงถูกออกหมายจับ ขณะที่ทั้ง 43 คนได้รับอนุญาตให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกงหรือเกือบ 4,000 บาท และได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่เกือบทั้งหมดถูกห้ามออกนอกเคหะสถานหลังเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า ถูกห้ามเดินทางออกจากฮ่องกง และมีนัดขึ้นศาลครั้งต่อไปในวันที่ 25 ก.ย.นี้
ข้อหาก่อจลาจลมีโทษจำคุกถึง 10 ปีและเป็นข้อหาร้ายแรงที่สุดเท่าที่มีการดำเนินคดีกับผู้ประท้วงนับตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนโดยในจำนวนผู้ต้องหาทั้ง 44 คน มีนักเรียนนักศึกษาถึง 13 คน ซึ่งคนที่อายุน้อยที่สุดเป็นเด็กหญิงวัย 16 ปี นอกจากนี้ยังมีอาชีพอื่นๆ เช่น ครู พยาบาล นักบิน ช่างตัดผม เชฟ ช่างไฟ และคนงานก่อสร้างด้วย
หลังจากผู้ประท้วงถูกจับกุมและทางการประกาศจะดำเนินคดีข้อหาก่อจลาจล ทำให้มีผู้สนับสนุนออกมารวมตัวกดดันที่ด้านหน้าสถานีตำรวจและเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุม โดยมีคลิปที่สามารถบันทึกภาพขณะที่ตำรวจนายหนึ่งเล็งปืนซึ่งบรรจุกระสุนถุงตะกั่วไปทางฝูงชนหลายครั้งไว้ได้ ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างมาก จนล่าสุดทางตำรวจชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่รายนี้รู้สึกว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย หลังตกอยู่ในวงล้อมและถูกดึงหมวกไป
นอกจากนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่มีการขว้างพลุจากรถยนต์คันหนึ่งใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ด้านนอกสถานีตำรวจอีกแห่งช่วงเช้ามืดวันพุธ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 คนผู้ชุมนุมกลุ่มนี้รวมตัวกันหลังจากมีผู้ประท้วงสองคนถูกจับกุมใกล้ "กำแพงเลนนอน"ซึ่งเป็นกำแพงบริเวณทางขึ้นสกายบริดจ์ ในเขตเซ็นทรัล ที่เต็มไปด้วยกระดาษหลากสีเขียนข้อความเรียกร้องประชาธิปไตย