จากกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ณัฎฐธิดา(แหวน) มีวังปลา ซึ่งถือว่าเป็นพยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามเมื่อปี 2553 เพราะขณะนั้นเป็นพยาบาลอาสาของโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งอยู่ในเต็นท์เดียวกับผู้เสียชีวิต แต่ต่อมาถูกถูกเครือข่ายเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ซัดทอดว่าเป็นผู้จ้างวานผู้ก่อเหตุให้ไปปาระเบิดลานจอดรถศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อค่ำวันที่ 7 มี.ค.58 ก่อนศาลทหารจะให้ประกันตัวออกมาเพื่อสู้คดีเมื่อวันที่ 24 ก.ค.60 แต่ในวันเดียวกับที่ศาลทหารให้ประกันตัว ตำรวจกองปราบปรามได้รอจับกุมอยู่ด้านหน้าเรือนจำ ก่อนแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 แล้วอายัดตัวคุมขังต่อทันทีก่อนจะได้ประกันตัวอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.61 ที่ผ่านมา
ในการต่อสู้คดีของแหวนนั้น ในตอนต้นได้รับความช่วยเหลือทางสำนวนคดีจากกลุ่มของทนายเสื้อแดงเป็นอย่างดี แต่ในการขอประกันตัวต่อศาลเพื่อออกมาสู้คดีนั้น ศาลตั้งเงินประกันทั้งสองคดีเป็นเงิน 900,000 บาท แต่แหวนไม่มีหลักทรัพย์หรือเงินประกันตัว จึงได้ขอระดมทุนจากประชาชนทั่วประเทศโดยให้โอนเข้าบัญชีของกลุ่มทนายความเสื้อแดง (เพราะแหวนยังอยู่ในเรือนจำ) ซึ่งได้เงินบริจาคมากว่า 978,057 บาทในการไปศาลเพื่อต่อสู้คดีแต่ละครั้งนั้น แหวนต้องถูกผู้พิพากษาศาลทหารเรียกไปตำหนิหน้าบัลลังก์บ่อยครั้ง เนื่องจากทนายและหรือนายประกันไม่ยอมมาศาลเพื่อเซ็นต์เอกสารสำคัญให้ศาลเลย ซึ่งศาลได้อะลุ่มอล่วยให้มาโดยตลอด ซึ่งหากทนายหรือนายประกันทำเยี่ยงนี้ศาลแจ้งว่าอาจสั่งให้ถอนการประกันตัวแหวนได้ ด้วยเหตุดังกล่าวแหวนจึงตัดสินใจบากหน้าไปหากู้ยืมเงินมาประกันตนใหม่ จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) พร้อมถอนทีมทนายเสื้อแดงออกทั้งหมด เนื่องด้วยความคิดเห็นไม่ตรงกันในรูปแบบการสู้คดี และเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการต่อสู้คดีในอนาคต เพราะเล็งเห็นแล้วว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกเพิกเฉยจากทีมทนายกลุ่มเสื้อแดงหลังจากนั้น แหวนได้พยายามทวงถามเอกสารทางคดีและเอกสารที่เคยฝากไว้กับทนายหลักคืนเมื่อครั้งถูกคุมขังเป็นเวลา 3 ปี 5 เดือน 18 วัน และทวงคืนเงินระดมทุนประกันตัวจำนวน 900,000 บาทที่ประชาชนทั่วประเทศได้โอนมาเข้าบัญชีทีมทนายเพื่อมาช่วยแหวน แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงเพิกเฉยมาโดยตลอด กลับถูกนายประกันท้าให้ไปแจ้งความหากอยากได้เงินคืน แหวนจึงได้ไปแจ้งความต่อ สน.ดอนเมือง และไปร้องเป็นคดีมารยาทต่อสภาทนายความไว้ แต่การดำเนินการของสภาทนายความยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากสมาคมฯเพื่อให้เป็นธุระในการเรียกร้องความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรมและสภาทนายความ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อแหวนต่อไป โดยสมาคมฯและแหวนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรีในวันพุธที่ 31 ก.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพร.เดิม) ถ.พิษณุโลก กทม.เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายศรีสุวรรณ จรรยา กล่าวว่า ภายหลังจากยื่นเรื่องต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไปยังสภาทนายความ เพื่อสอบถามความคืบหน้า กรณี น.ส.ณัฎฐธิดา หรือ แหวน มีวังปลา ซึ่งถือว่าเป็นพยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามเมื่อปี 2553 เรียกร้องเรียนให้มีการตรวจสอบการกระทำสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) เนื่องจากสภาทนายความรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน โดยรัฐต้องแบ่งงบประมาณให้ถึงปีละ 50-60 ล้านบาท ดังนั้น จะไปติดตามความคืบหน้าว่าเป็นอย่างไร
ล่าสุดนายวิญญัติ กล่าวว่า กรณีเอกสารที่บอกว่าสำคัญนั้น ซึ่งในเชิงคดีไม่ได้มีสาระสำคัญ หากสำคัญคงมีเพียงจดหมายส่วนตัวของแหวนที่เขียนถึงตน เพื่อบอกว่าต้องการอะไรหรืออยากได้อะไรระหว่างถูกจำคุก หรือให้ช่วยเหลือในการต่อสู้คดีเท่านั้น ดังนั้น หากอยากได้ตนยินดีที่จะคืนให้
ส่วนในเรื่องของเงินประกันตัวนั้น ทางทีมทนายได้เปิดบัญชีขึ้นมารับบริจาคจากประชาชนเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกดำเนินคดีซึ่งรวมถึง แหวน โดยเงินดังกล่าวคล้ายกับกองทุนยุติธรรม และเงินจำนวนนี้ก็ยังคงอยู่ในศาลทหาร เมื่อใช้เสร็จก็ต้องคืนให้กับผู้บริจาค 3 กลุ่ม คือ กลุ่มให้แล้วขอคืน / กลุ่มที่ให้แล้วขอคืน เมื่อคืนไปแล้วก็ส่งกลับมายัง สกสส. ใช้สู้คดีต่อ และกลุ่มที่ให้แล้วไม่ประสงค์จะเรียกรับคืน ซึ่งมีผู้ประสงค์รับคืนแล้วประมาณ 6-7 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้แหวนทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นเงินมาจากการเปิดรับบริจาค ดังนั้น ต้องคืนให้กับผู้บริจาคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งแต่เปิดรับได้กำชับให้ผู้บริจาคถ่ายหลักฐานส่งมาให้ทั้งเฟซบุ๊กกลุ่มรวมถึงส่งอีเมล์มา และการอ้างว่าหากไม่มีเงินประกันก็จะถูกคุมขังอีก จึงจำเป็นต้องไปยืมเงินมาอีก 1 ล้านบาท ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่าทำไม
เลขาธิการ สกสส. ย้ำว่าทาง สกสส. ไม่เคยทิ้งคดี และช่วยเหลือด้านคดีมาตลอดตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ แหวน ได้มีการจัดหาทีมทนายใหม่โดยไม่แจ้งให้กับ สกสส. รับทราบ ซึ่งเรื่องการตั้งทนายใหม่ไม่ใช่ปัญหา แต่มีเงื่อนไขต้องไม่กระทบกับรูปคดี แต่เมื่อแหวนไม่แจ้ง ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ จึงได้ถอนตัวแต่เกิดขึ้นภายหลัง แหวน มีทีมทนายใหม่แล้ว