เนชั่นทีวี

ข่าว

หอการค้าทั่วประเทศรุมต้านขึ้นค่าแรง 400 บาท

26 ก.ค. 2562 | orawan_jan

หอการค้าทั่วประเทศรุมต้านขึ้นค่าแรง 400 บาท

หอการค้าทั่วประเทศรุมค้านขึ้นค่าแรง 400 บาท ชี้ ภาคธุรกิจต้องควักเงินเพิ่ม 2.4 แสนล้านบาทต่อปี หากมีการขึ้นทั้งประเทศพร้อมกัน ระบุ ควรให้คณะกรรมการไตรภาคีพิจารณาและไม่ควรขึ้นอัตราเดียวกันทั้งประเทศ

นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นต่อประเด็นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ400 บาทต่อวัน โดยสมาชิกหอการค้าจังหวัด 76 จังหวัด  หอการค้าต่างประเทศ 35 ประเทศ สมาคมการค้า 138สมาคม  จำนวน 93.9%  ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำอัตราเดียวกันทั่วประเทศ400 บาทต่อวันเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังผันผวนและภาคเอกชนยังไม่ศักยภาพพอที่จะจ่ายเงินเพิ่มค่าจ้างแบบก้าวกระโดดประมาณ30% หรือคิดเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มจำนวน 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน หรือ 2.4แสนล้านบาทต่อปี

"เป็นการหาเสียงของฝ่ายการเมืองที่เป็นการสัญญาต่อประชาชนแบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแต่จะจะบังคับให้นายจ้างงานควักเงินในกระเป๋าเดือนละ 2 หมื่นล้านบาทและเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างที่ไม่สอดคล้องกับหลักการในการพิจารณาอย่างไรก็ตามภาคเอกชนพร้อมที่จะปรับขึ้นค่าจ้างแต่ทุกอย่างต้องให้คณะกรรมการไตรภาคีระดับจังหวัดเสนอมาส่วนกลางพิจารณาและค่าจ้างขั้นต่ำไม่ควรเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ"




นอกจากนี้ภาคเอกชนยังมองว่านโยบายค่าจ้างขั้นต่ำวันละ400 บาทยังส่งผลต่อการคำนวณฐานเงินเดือนพนักงานเก่า,  ส่งผลต่อการลงทุนในประเทศโดยพาะนักลงทุนต่างประเทศเนื่องจากเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด,เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต, ส่งผลให้ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่สามารถปรับตัวได้ เป็นต้น

 




นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์แรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า  หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างงานแบบก้าวกระโดดเหมือนกับ300บาทต่อวันทั่วประเทศอาจเกิดการย้ายฐานการผลิตหรือรายใหญ่อาจไปลงทุนในเวียดนามแทน โดยในช่วงการทำแบบสอบถามเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ400 บาทในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามที่จะขอตอบแบบสำรวจเกินจำนวนที่ผลิตเพราะส่วนใหญ่มองว่าการปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีเห็นได้จากช่วงการปรับขึ้นค่าจ้าง300 บาททั่วประเทศที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนอย่างมาก





สำหรับข้อเสนอแนะต่อภครัฐในการออกมาตรการช่วยเหลือเช่น ควรปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามาตรฐานทักษะฝีมือแรงงานและปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามพื้นที่แต่ละจังหวัด,ควรพิจารณาระยะเวลาการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ2-3 ปีต่อครั้งเพื่อประโยชน์ต่อการวางแผนธุรกิจการพัฒนาฝีมือแรงงาน, ควรให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดเป็นผู้เสนอค่าจ้างตามข้อเท็จจริง,ควรพัฒนาศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานในระดับจังหวัดเพิ่มขึ้น,ควรมีการจัดทำระบบการพัฒนาทักษะการทำงานให้คุ้มค่าจ้างหรือมีคุณภาพ,ควรมีนโยบายพัฒนาฝีมือแรงงานให้ชัดเจนมากขึ้น เป็นต้น

 

 

 

ข่าวล่าสุด