นายกรัฐมนตรีจอห์นสันเข้าร่วมการประชุมกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีรวม 33 คนเมื่อคืนวาน โดยรัฐมนตรีเก่าสมัยรัฐบาลของเทเรซา เมย์ ถูกปรับออกหรือลาออกไปถึง 17 คน และรัฐมนตรีส่วนใหญ่ในชุดนี้ล้วนมีแนวคิดสนับสนุนเบร็กซิตแบบสุดตัว แต่เขายังคงให้สตีเฟน บาร์เคลย์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเบร็กซิตตามเดิม พร้อมกับปรับให้โดมินิก ร้าบ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และซายิดยาวิด เป็นรัฐมนตรีคลัง เขายืนยันกับที่ประชุมว่า รัฐบาลจะพาอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปหรืออียูภายในวันที่ 31 ต.ค.หรือเร็วกว่านั้นอย่างแน่นอน โดยไม่มีถ้าหรือแต่
หลังจากนั้นจอห์นสันแถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยประกาศว่า รัฐบาลจะมุ่งเน้นทำให้อังกฤษเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับให้ความมั่นใจว่า เขาจะสามารถเจรจาต่อรองให้ได้ข้อตกลงเบร็กซิตที่ดีกว่าของอดีตนายกฯ เมย์ พร้อมกับเรียกร้องให้อียูทบทวนจุดยืนที่ปฏิเสธเจรจาแก้ไขข้อตกลงเบร็กซิต แต่ก็ขู่ด้วยว่า อังกฤษได้เตรียมพร้อมมากกว่าที่ใครจะคาดคิดสำหรับแนวทางเบร็กซิตแบบไร้ข้อตกลง
ขณะที่ผู้นำใหม่อังกฤษไม่ได้รับการขานรับที่ดีนักจากทั้งสื่อมวลชนและประชาชนชาวอังกฤษ โดยหนังสือพิมพ์หลายฉบับพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีของเขาว่า ""ล้างบ้าง ครม." , "ล้างแค้น" หรือ "คืนของมีดสีบล็อนด์" และบางฉบับพาดหัวหรือใช้ภาพล้อเลียนจอห์นสัน หรือเปรียบว่าเขาเป็นตัวตลก หรือ วายร้าย แต่บางฉบับก็ยกย่องว่า เป็นผู้พิทักษ์เบร็กซิต และเมื่อคืนวานมีประชาชนหลายร้อยคนรวมตัวชุมนุมขับไล่จอห์นสัน ซึ่งบางคนบอกว่า เขาเป็นคนปัญญาอ่อน และเป็นเรื่องอันตรายมากที่ให้คนแบบนี้อยู่แถวหน้าของการเมืองประเทศ