วานนี้ 23 ก.ค. 62 - นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPยอมรับว่า ปัญหาภัยแล้ง ก็ถือเป็น ความเสี่ยง ของการผลิตไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรี โดยอัตราการไหลของน้ำโขงที่ไหลลงมาจากประเทศจีน มีเพียง 1,600-1,700 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเท่านั้น จากค่าเฉลี่ย 4,000 ลูกบากศ์เมตรต่อวินาที ทำให้เขื่อนเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เพียง 3 เครื่อง จากทั้งหมด 7 เครื่อง ได้ไฟฟ้าเฉลี่ย 400-500 เมกะวัตต์ ทั้งที่เขื่อนมีกำลังผลิตทั้งหมด 1,285 เมกกะวัตต์ ทำให้การทดสอบระบบเขื่อนยังไม่ครบ 100%
น้ำที่ไหลลงมาน้อยทำให้เขื่อนต้องปิดสปิลเวย์ หรือ อาคารระบายน้ำล้น ที่มีอยู่ทั้งหมด 11 บาน น้ำเหนือเขื่อนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 272 เมตร ท้ายขื่อนอยู่ที่ 238 เมตร จากระดับน้ำทะเล ต่างกันประมาณ 34 เมตร ซึ่งทางเขื่อนยืนยันว่า เป็นการยกระดับน้ำไม่ได้เก็บกักน้ำ และปริมาณน้ำที่ไหลมาถูกระบายออกทั้งหมดทางโรงไฟฟ้าท้ายเขื่อน
ซึ่งปริมาณน้ำที่มีน้อยก็ทำให้ทางเขื่อนไซยะบุรีกังวลว่า จะทำให้การผลิตไฟฟ้าไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เช่นกัน และยืนยันว่า เขื่อนไซยะบุรีก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของแม่น้ำโขงเช่นกัน และที่แม่น้ำโขงตอนล่างแห้งก็เป็นผลมาจากเขื่อนทางตอนบนของจีนปล่อยน้ำลงมาน้อย ไม่ใช่เขื่อนไซยะบุรีกักเก็บน้ำ
สำหรับเขื่อนไซยะบูรี ได้ยกระดับน้ำในเขื่อน (เก็บกักน้ำ) ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงน้ำหลาก จึงมั่นใจว่าไม่กระทบปริมาณน้ำโขงที่แล้งในปีนี้ และเขื่อนเป็นระบบน้ำล้น ไหลผ่าน หรือ Run of River ไม่ได้เก็บกักน้ำ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นสาเหตุทำให้แม่น้ำโขงแห้ง
ส่วนสาเหตุที่ทำให้แม่น้ำโขงตอนล่างแห้งผิดปกติปีนี้ ทางเขื่อนคาดว่า เป็นเพราะปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งประเทศลาวประสบภัยแล้งหนักที่สุดในรอบ 100 ปี และทางการจีนปล่อยน้ำลงมาน้อยมาก
ปัจจุบันเขื่อนไซยะบุรีก่อสร้างเสร็จแล้วร้อยละ 99.4 เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ประเทศไทย ได้แล้ว 3 เครื่อง จากทั้งหมด 7 เครื่อง ผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 400-500 เมกะวัตต์ต่อวัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,285 เมกะวัตต์
เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรก สร้าง ที่กั้นแม่น้ำโขงในประเทศลาว แต่ลงทุนโดยทุนไทย ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนของสถาบันการเงิน 6 แห่งของไทย และไฟฟ้าส่วนใหญ่ส่งมาขายไทย จนได้ชื่อว่า 'เขื่อนลาวสัญชาติไทย'
"ปริมาณน้ำที่ไหลมาถึงหน้าเขื่อน แบ่งเป็นน้ำจากเขื่อนจิ่งหงประเทศจีน 60% และเป็นน้ำจากตามธรรมชาติ 40% โดยเฉลี่ยแล้วปริมาณน้ำที่ไหลผ่านหน้าเขื่อนจะอยู่ที่ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในขณะที่น้ำในแม่น้ำโขงทั้งหมด ที่ไหลลงสู่ปากแม่น้ำบริเวณประเทศกเวียดนามจะอยู่ที่ 15,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่า ปริมาณน้ำในแม่โขงส่วนใหญ่มาจาก แม่น้ำสายย่อยที่อยู่บริเวณภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่ามาจากจีน" เจ้าหน้าที่เขื่อนไซยะบุรี ระบุ