มากกว่าแค่การเป็นแฟชั่นหรือศิลปะบนเรือนร่าง การสักลวดลายต่างๆ ลงบนร่างกายมนุษย์เป็นวัฒนธรรมที่มีมายาวนานหลายพันปี เพื่อเป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงนัยยะสำคัญบางอย่างที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นและยุคสมัย คนไต้หวันดั้งเดิมอย่างชาวไท่หย่า ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของไต้หวัน มองว่า รอยสักบนใบหน้าคือเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขาได้รับการยอมรับจากสังคม ความสามารถด้านการทอผ้าและการเกษตรของผู้หญิง และความกล้าหาญของผู้ชายที่จะต้องออกล่าสัตว์หรือนักรบที่นำศรีษะของข้าศึกกลับมา ชาวไท่หย่ายังเชื่อว่าผู้ที่ได้รับการสักบนใบหน้าเท่านั้นที่จะสามารถข้ามสะพานแห่งสายรุ้งได้หลังจากเสียชีวิต
ส่วนชาวไผวัน ทางตอนใต้ของไต้หวันก็มีวัฒนธรรมการสักเช่นเดียวกัน โดยใช้รอยสักเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศ ความรับผิดชอบ และใช้บ่งบอกถึงชนชั้นทางสังคมผ่านลวดลายรูปแบบต่างๆ เช่นลายคน และลายตะขอ บางลวดลายจะจำกัดไว้เฉพาะสำหรับชนชั้นผู้นำที่จะต้องได้รับอนุญาติจากชนเผ่าก่อนการสัก ไม่ต่างกับวัฒนธรรมของชาวล้านนาของไทย ที่ผู้ชายนิยมการสักขาลาย หรือการสักตั้งแต่ช่วงต้นขาขึ้นมาถึงหน้าท้อง เพื่อแสดงถึงความกล้าหาญ และความเป็นลูกผู้ชายที่จะต้องผ่านการอดทนต่อความเจ็บปวดทรมานระหว่างการสัก