ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันของสำนักข่าวรอยเตอร์สร่วมกับอิปซอสระหว่างวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความโจมตี ส.ส.หญิงผิวสีหัวก้าวหน้าพรรคเดโมแครต 4 คน โดยไล่ให้พวกเธอกลับประเทศ ทั้งที่ทุกคนเป็นพลเมืองสหรัฐฯ และส่วนใหญ่ก็เกิดในประเทศนั้น พบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ในหมู่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันกลับไม่ได้รับผลกระทบใดใด แถมยังเพิ่มขึ้นอีกถึง 5 จุด เป็น 72% ด้วย ตรงข้ามกับผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตและผู้ที่ไม่สนับสนุนพรรคใดที่มีคะแนนนิยมลดลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมโดยเฉลี่ยคะแนนนิยมทรัมป์ยังคงเท่าเดิมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ที่ 41%
เมื่อวานนี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติประณามความเห็นของทรัมป์อย่างเป็นทางการ ด้วยเสียงสนับสนุน 240 ต่อ 187 เสียง ในจำนวนนี้มี ส.ส.รีพับลิกัน 4 คน และ ส.ส. อิสระซึ่งเคยสังกัดพรรครีพับลิกัน 1 คน ซึ่งแม้เป็นเพียงการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่าร้อยปีที่สภาคองเกรสลงมติเพื่อประณามผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศตัวเอง
นอกจากนี้ หลังจากที่ประชุมได้ผ่านมติประณามทรัมป์ไปแล้ว อัล กรีน ส.ส.เดโมแครตจากรัฐเท็กซัสก็ได้ยื่นญัตติถอนถอนทรัมป์รอบใหม่ นับเป็นความพยายามครั้งที่ 3ของเขา แต่คาดว่า ส.ส.ส่วนใหญ่รวมทั้งในพรรคเดโมแครตเองน่าจะยังไม่เอาด้วยโดยเฉพาะแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่มองว่า ควรรอเสียงสนับสนุนจากพรรครีพบลิกันก่อน เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการทั้งหมดจะไม่ถูกโหวตคว่ำจากวุฒิสภา
หลังทราบผลการลงมติของสภาล่าง ทรัมป์ได้ทวีตขอบคุณ ส.ส.รีพับลิกันที่ยังคงสนับสนุนตัวเขา ส่วนในวันนี้ทรัมป์ก็ยังคงทวีตโจมตี ส.ส.หญิงกลุ่มเดิมอีกเช่นเคยด้านผู้นำ ส.ส. พรรครีพับลิกัน เควิน แมคคาร์ธี ระบุว่า การลงมติของสภามีจุดมุ่งหมายทางการเมืองล้วนๆ ขณะที่มิตช์ แม็คคอนเนล ผู้นำ ส.ว.พรรครีพับลิกัน กล่าวว่าการอภิปรายควรเน้นเรื่องแนวคิด ไม่ใช่การโจมตีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง