ใครกันบ้างไปไล่เรียงกันดู พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ , พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ 6 คนจากเป้าแรก คือ คุณอุตตม , คุณธรรมนัส , คุณสุริยะ , คุณมนัญญา , คุณวีระศักดิ์ และคุณนิพนธ์ นอกจากนั้นก็เป็นกลุ่มที่มีปัญหาถูกร้องกรณีถือหุ้นสื่อ คือ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาฯ , คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดีอี , หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีแรงงาน และคุณเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นับนิ้วแล้วก็ 14 คน เกือบครึ่งครม.
แต่ข่าวที่ "ล่าความจริง" หามาได้ล่าสุด มีความเป็นไปได้สูงว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายแบบ "กราดยิง" ไปยังรัฐมนตรีที่มีปัญหาถูกเอ่ยอ้างเป็นข่าวมาทั้งหมด แต่จะเป็นแบบ "แตะๆ" ให้ระคายผิวเท่านั้น เพราะเป้าใหญ่ที่ล็อคกันไว้ว่าจะอภิปรายกันจริงๆ มีแค่ 3 คน คือ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นไปในเรื่องคุณสมบัติ เพราะตำแหน่งหัวหน้า คสช.น่าจะเป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ทำให้เป็นแคนดิเดตนายกฯไม่ได้ นอกจากนั้นยังเคยเป็นผู้นำการปฏิวัติรัฐประหาร น่าจะขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะกำหนดให้ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญจะมีการเปิดพฤติกรรมส่วนตัวบางอย่างของ "บิ๊กตู่" เพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
คนที่สอง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" ประเด็นที่จะโดนหนักที่สุดคือ "นาฬิกาหรูยืมเพื่อน - แหวนเพชรเม็ดโตยืมแม่" เพราะน่าจะกระทบต่อนโยบายการปราบทุจริต สร้างมาตรฐาน "ยืมไม่ผิดกฎหมาย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน" จนถูกขนานนามว่าเป็น "รัฐบาลปล่อยโกง" ไม่ใช่ "ปราบโกง"
และคนที่สาม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา "พี่รองของน้องตู่" คาดว่าจะโดนอภิปรายเรื่องเก่าๆ เรียกว่า "เปิดแผลเก่า" ตั้งแต่เรื่อง จีที 200 / เรือเหาะ-เรือเหี่ยว และเรื่องอื่นๆ ทั้งที่เคยชี้แจงไปแล้ว และยังไม่ชี้แจง
ทั้ง 3 คนนี้ก็คือ "ก๊วน 3 ป." สามพี่น้องที่เติบโตไล่กันมา ก้าวต่อก้าว ตลอดชีวิตราชการ และยังมาร่วมกันบริหารบ้านเมืองหลังการรัฐประหารปี 57 อีก เท่านั้นยังไม่พอยังต่อในรัฐบาลหลังเลือกตั้ง แต่อีกกี่ปียังไม่รู้
ฝ่ายค้านมองว่าถ้าตี "ก๊วน 3 ป." ได้ ก็จะกระทบกับรัฐบาลมากที่สุด เพราะเป็นหัวใจของรัฐบาลชุดนี้ และจะเป็นคะแนนสะสมในการกดดันให้พรรคร่วมรัฐบาลเลิกสนับสนุน "ก๊วน 3 ป." ในอนาคต