เนชั่นทีวี

ข่าว

อาเซียนเดินหน้าระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง

16 ก.ค. 2562 | orawan_jan

อาเซียนเดินหน้าระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง

กระทรวงพาณิชย์พร้อมเดินหน้าระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน ปลื้มผลักดันการทบทวนระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียนสำเร็จตามเป้าหมาย

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียนฉบับทบทวนล่าสุดซึ่งกรมการค้าต่างประเทศได้ร่วมเจรจาจัดทำร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อผ่านการรับรองโดยคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียนที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนกันยายน2562 ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนจะบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติฯ ฉบับทบทวนล่าสุดอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2563

 



ทั้งนี้ การทบทวนระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนในครั้งนี้มีผลให้เกิดความชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียวของเงื่อนไขและแนวปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองจากเดิมที่มีการจำแนกสมาชิกอาเซียนออกเป็น2 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มต่างมีเงื่อนไข ระเบียบ และแนวปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของตนซึ่งแตกต่างกันไปส่งผลให้เกิดความสับสนและความไม่สะดวกแก่ผู้ประกอบที่ประสงค์จะรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนความชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียวของเงื่อนไขและแนวปฏิบัติฯภายใต้ฉบับทบทวนล่าสุดช่วยยกระดับความโปร่งใสและความสะดวกในการยื่นขอรับสิทธิการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าจากศุลกากรปลายทางในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน





อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองเพื่อขอรับสิทธิการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าภายในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนต้องดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่สามารถรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน(Certified Exporter: CE) จากกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) โดย คต.จะดำเนินการแจ้งไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆเพื่อทราบว่าผู้ส่งออกไทยรายใดเป็นผู้ส่งออกที่ได้ขึ้นทะเบียนและได้รับสิทธิในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองทั้งนี้ คต. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกัประเทศสมาชิกอาเซียนและที่ปรึกษาด้านเทคนิคของอาเซียนเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล (CE Database) เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบว่าผู้ส่งออกที่ดำเนินการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบของประเทศผู้ส่งออกต้นทางหรือไม่




กรณีประเทศไทย คือ กรมการค้าต่างประเทศระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ผู้ประกอบการขนาดย่อมและขนาดกลาง(SMEs) สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนได้สะดวกโดยมีต้นทุนการดำเนินการที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากผู้ประกอบการสามารถรับรองว่าสินค้าที่ส่งออกมีคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้หลักเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียนบนเอกสารทางการค้าที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง

 





นอกเหนือจากประเด็นการทบทวนและจัดทำระเบียบปฏิบัติสำหรับระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน(AWSC) แล้วระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียน ฉบับทบทวนล่าสุดได้ปรับเพิ่มการยอมรับการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (ElectronicSignature and Seal) เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าForm D ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e Form D





ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกที่ยอมรับ eForm D เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาให้สิทธิในการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าแล้ว7 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามทั้งนี้คาดว่าภายในต้นปีหน้า สมาชิกอาเซียนทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบ e Form D ซึ่งคต. ได้พัฒนาระบบรองรับการออกและเชื่อมโยง e Form D ไปยังกรมศุลกากรซึ่งเป็นNSW (National Single Window) ของไทย สำหรับเชื่อมโยงต่อไปยัง ASEANSingle Window (ASW) แล้วเสร็จมาตั้งแต่ต้นปี 2561

 




"ระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียนฉบับทบทวนล่าสุด ได้อนุญาตให้ละเว้นการระบุมูลค่า FOB บนหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับทุกกรณีจากเดิมที่กำหนดให้ต้องระบุมูลค่า FOB กรณีสัดส่วนวัตถุดิบภายในภูมิภาค (RVC)ซึ่งส่งจะช่วยลดความสับสนและลดความเสี่ยงในการถูกชะลอการพิจารณาให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากศุลกากรปลายทางอันเนืองจากความคลาดเคลื่อนของราคาที่ปรากฏบนใบกำกับราคา/การสำแดงราคาและราคาบนหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ารวมถึงการพิจารณาให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร กรณีที่มีผนวกการออกใบกำกับราคาโดยประเทศที่สามและการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าโดยประเทศคนกลาง (Back-To-Back C/O)เข้าด้วยกัน"  นายอดุลย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด