นายสมศักดิ์ กรึงไกร หัวหน้าส่วนโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว หลังลงพื้นที่ตรวจยืนยันว่า การขยย้ายขยะลักษณะดังมีความผิดชัดเจน เพราะขยะที่ออกจากโรงงานต้นทางในจังหวัดชลบุรี ต้องส่งไปยังโรงงานอริสา รีไซเคิลฯ จังหวัดระยองเท่านั้น ไม่สามารถขนไปไว้ที่อื่นได้เลย
ส่วนโรงงานในจังหวัดสระแก้ว ถูกแจ้งข้อหาจัดตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกปรับกรณีนำสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้ออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 2 แสนบาทสำหรับการเอาผิดตัวบุคคลขณะนี้มีเพียงแค่ นายบุญยืน น้อยเจริญ ที่รับเป็นเจ้าของกิจการ และนายสาธิต ธูปทอง ผู้รับเป็นเจ้าของพื้นที่ ถูกดำเนินคดี 2 ข้อหาคือการนำแรงงานกัมพูชา 41 คน เข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า
ขยะทั้งหมดกว่า 300 ตัน พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ได้อายัดไว้ตรวจสอบ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบล ได้นำผ้าใบมาปิดคลุมไว้ เพื่อป้องกันฝนตกลงมาชะล้าง หากขยะดังกล่าวมีสารพิษตกค้าง น้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง เป็นอันตรายกับคนและสัตว์ที่นำน้ำดังกล่าวมาบริโภคจากนี้ต้องจับตาดูว่า เจ้าของโรงงานขยะที่สระแก้ว จะขนย้ายขยะกว่า 300 ต้น กลับไปที่ต้นทางในจังหวัดระยองได้ทันตามเวลา 15 วัน ตามที่ "ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว" สั่งการหรือไม่และกระบวนการตรวจสอบสารพิษและวัตถุอันตรายตกค้างในพื้นที่จากกรมควบคุมมลพิษจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ต้องการให้นำขยะออกนอกพื้นที่โดยเร็ว