นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาร่วมด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าของอาเซียนหรือ ATF-JCC ครั้งที่ 15ในวันที่ 10-11 ก.ค.2562เพื่อติดตามการดำเนินการตามแผนงานการอำนวยความสะดวกทางการค้าของอาเซียนประจำปี 2562โดยจะมีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติว่าด้วยมาตรการที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีเอ็ม) ของอาเซียนซึ่งกำหนดให้มีความโปร่งใสเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ทราบและให้ความเห็นก่อนใช้มาตรการเพื่อลดมาตรการที่เลือกปฏิบัติและเป็นอุปสรรคต่อการค้า
"ปัจจุบัน มีการนำมาตรการที่มิใช่ภาษีมาใช้ซึ่งอาเซียนมองว่าเป็นอุปสรรคในการทำการค้าในอาเซียน จึงได้จัดทำไกด์ไลน์ออกมาเพื่อไม่ให้มีการใช้มาตรการโดยไม่จำเป็น และการใช้ต้องมีเหตุผลสมควรต้องมีการหารือรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสียก่อนใช้มาตรการเผยแพร่รายละเอียดของมาตรการเพื่อความโปร่งใส ประเมินผลของมาตรการที่ใช้และปรับปรุงทบทวนมาตรการเป็นระยะ โดยในการประชุมครั้งนี้จะมีการติดตามว่าอาเซียนแต่ละประเทศมีปัญหาหรือมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร"
ทั้งนี้อาเซียนยังจะติดตามและประเมินผลการดำเนินการอำนวยความสะดวกทางการค้าของประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นไปตามพันธกรณีองค์การการค้าโลก(WTO) เช่นการจัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าการเผยแพร่ข้อมูลกฎระเบียบทั้งในรูปแบบสื่อออนไลน์และการจัดตั้งศูนย์ตอบข้อซักถามและการออกคำวินิจฉัยล่วงหน้า เป็นต้น รวมทั้งจะติดตามการลดต้นทุนการทำธุรกรรมลง 10%ภายในปี 2563 เช่นการลดระยะเวลาที่แต่ละประเทศใช้ในการตรวจปล่อยสินค้าระยะเวลาที่สินค้าพักรอที่ท่าเรือ และระยะเวลาที่ใช้ในการออกใบอนุญาต เป็นต้น
ขณะเดียวกันจะติดตามความคืบหน้าในการเชื่อมโยงระบบการอำนวยความสะดวกทางการค้าต่างๆของประเทศสมาชิก เช่น การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (ASEANSingle Window) ในส่วนของการแลกเปลี่ยนเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์(e-Form D) ให้ครบทั้ง 10ประเทศ ภายในปี 2562 การพัฒนาระบบคลังข้อมูลการค้าของอาเซียน (ASEANNational Trade Repository) ให้ครอบคลุมมาตรการต่างๆอย่างทั่วถึงและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและการปรับระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (ASEAN-WideSelf-Certification) ให้เป็นระบบเดียวกันก่อนเริ่มใช้งานในเดือนมี.ค.2563
นางอรมน กล่าวว่าจากนั้นไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM)ครั้งที่ 3/50 ระหว่างวันที่ 1418ก.ค.2562เพื่อติดตามความคืบหน้าประเด็นด้านเศรษฐกิจที่เหลืออีก 11ประเด็น จาก 13 ประเด็น เช่นการจัดทำแผนการดำเนินงานด้านดิจิทัลการจัดทำแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ 4IR การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อยการเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน ให้ครบทั้ง 10ประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนการดำเนินความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาพลังงานชีวภาพของอาเซียน เป็นต้น
นอกจากนี้จะมีการติดตามผลการปฏิบัติตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พ.ศ.2568 (AECBlueprint 2025) เช่นการใช้งานระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียนการจัดทำความตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของอาเซียน (MRAยานยนต์) การหารือท่าทีของอาเซียนก่อนพบปะกับคู่เจรจา 9 ประเทศได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการติดตามผลการบังคับใช้ FTA ที่ได้มีการปรับปรุงการยกระดับ FTA ที่อาเซียนมีกับคู่เจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา และการปฏิรูป WTO เป็นต้น