ส่อเลื่อนพิจารณา "ป่าแก่งกระจาน" ขึ้นมรดกโลก
07 ก.ค. 2562 | jirasin_yin

คณะกรรมการมรดกโลก พิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่เหลืออีก 13 แห่งให้แล้วเสร็จ ขณะที่วาระพิจารณากลุ่มป่าแก่งกระจานของประเทศไทยจะกลับเข้าสู่วาระพิจารณาช่วงท้าย
ข่าว
07 ก.ค. 2562 | jirasin_yin

คณะกรรมการมรดกโลก พิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่เหลืออีก 13 แห่งให้แล้วเสร็จ ขณะที่วาระพิจารณากลุ่มป่าแก่งกระจานของประเทศไทยจะกลับเข้าสู่วาระพิจารณาช่วงท้าย
วันที่ 3 ของการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ยังคงเป็นการพิจารณาต่อเนื่องในวาระขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่เริ่มเข้าสู่วาระการพิจารณาตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ซึ่งเหลือการพิจารณาเพียง 13 แห่ง รวม 12 ประเทศ จากที่เสนอขอขึ้นมรดกโลกทั้งหมด 38 แห่ง คือ เยอรมันนี โปแลนด์ โปรตุเกส รัสเซีย สเปน อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ อาเซอร์ไบจาน อิตาลี สหรัฐอเมริกา จาเมกา และปานามา ในส่วนของประเทศไทยคาดว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะนำวาระกลุ่มป่าแก่งกระจานของไทยกลับมาพิจารณาอีกครั้งท้ายวาระการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศสมาชิก 193 ประเทศ แต่ต้องรอคณะทำงาน 6 ประเทศ ที่พิจารณาข้อสรุปกลุ่มป่าแก่งกระจาน จากในคณะกรรมการรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกจาก 21 ประเทศ นำข้อสรุปที่ได้ส่งเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เมื่อแล้วเสร็จถึงจะเข้าสู่วาระการพิจารณาขึ้นทะเบียนบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ให้กับประเทศสมาชิก ซึ่งไทยเสนอขึ้น 2 แห่ง คือ เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และกลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด จังหวัดบุรีรัมย์
.
ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะเจ้าหน้าที่ไทย ยังมีความพยายามใช้โอกาสระหว่างช่วงพักการประชุมชี้แจงสิ่งที่ได้ดำเนินการในเรื่องที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งเป็นข้อกังวลของออสเตรเลียที่เป็น 1 ใน 6 ประเทศ จากในคณะกรรมการรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ จาก 21 ประเทศ เข้ามาเป็นคณะทำงานพิจารณาหาข้อสรุปกลุ่มป่าแก่งกระจาน ควบคู่กับการเข้าหารือกับประเทศในคณะกรรมการรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ เพื่อขอการสนับสนุนไทยด้วย
.
.