ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ทีมข่าวเนชั่นทีวีได้ลงพื้นที่ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ หลังมีชาวบ้านร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดปกติของบริษัทเอกชน ที่เข้ามาสำรวจและยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองหินปูน รวมถึงก่อสร้างโรงงานปูนขาว เนื้อที่เกือบ 300 ไร่ ใน ต.เขากะลา
ชาวบ้านบอกกับเราถึงสิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลคือ แม้จะมีการยื่นขอประทานบัตร แต่การสำรวจแนวเขตโครงการกลับยังไม่แน่ชัด และเพื่อพิสูจน์ว่าเหมืองหินปูนอยู่ตรงไหนของเขาลูกนี้ จึงพาทีมข่าวเดินเท้าขึ้นไปสำรวจ
สิ่งที่เราพบคือร่องรอยโขดหินถูกพ่นด้วยสเปรย์สีแดง ระบุข้อความภาษาอังกฤษและตัวเลข คล้ายบ่งบอกพิกัด ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อกรมป่าไม้เจ้าของพื้นที่ยังไม่อนุญาตให้บริษัทเข้าทำประโยชน์ แล้วใครลักลอบเข้ามาดำเนินการ
ห่างไปเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร บริเวณเชิงเขาในพื้นที่ ต.พระนอน ยังพบหมุดปักแนวเขตพ่นด้วยเปรย์สีแดงลักษณะคล้ายกับที่พบในต.เขากะลา
เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดที่ไปร่วมสังเกตการณ์ในวันนั้นยืนยันว่า เป็นหมุดของอุตสาหกรรม ที่เจ้าหน้าที่นำมาปักเมื่อปี 2559 แต่เกิดความคลาดเคลื่อน จนมาโผล่อยู่ในพื้นที่ตำบลพระนอนซึ่งอยู่ติดกัน ทั้งที่บริษัทยื่นขอสัมปทานในพื้นที่ตำบลเขากะลา ยิ่งไปกว่านั้นคือชาวบ้าน ต.พระนอน เพิ่งมาทราบเรื่องในวันนั้น
ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง และพบว่าหมุดสีแดงเจ้าปัญหา ที่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเคยยอมรับว่าเป็นหมุดของอุตสาหกรรม แต่คราวนี้ไม่มีเจ้าของเสียแล้ว เมื่อหนังสือบันทึกข้อความของหน่วยป้องกันรักษาป่า จ.นครสวรรค์ระบุว่า เสาเหล็กสีแดงความสูงประมาณ 50 ซม. ที่ปักไว้ในพื้นที่ ต.เขากะลา และต.พระนอน ไม่ปรากฎว่ามีชื่อหน่วยงานหรือบุคคลใดเป็นเจ้าของ
ผ่านมาเกือบ 2 เดือน ชาวบ้านเพิ่งได้รับแผนที่จากกระทรวงมหาดไทย จึงนำมาเปรียบเทียบกับแผนที่ยื่นขอประทานบัตรภายในโครงการพบว่า คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงทั้งหมด โดยพื้นที่โครงการเกือบ 300 ไร่ อยู่ในหมู่ 11 ต.พระนอน ไม่ได้อยู่ในหมู่ 3 ต.เขากะลา ตามที่บริษัทยื่นขอประทานบัตรไว้ ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านทั้ง 2 ตำบล