นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน วันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.62) จะมีวาระพิจารณาการบรรจุแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย 2 แหล่ง คือ เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และกลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด จังหวัดบุรีรัมย์ หลังศูนย์มรดกโลกได้ประกาศขึ้นทะเบียนบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ผ่านเว็ปไซด์ของยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างไม่เป็นทางการแล้ว จึงต้องรอการรับรองจากรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก 21 ประเทศที่จะมีการรับรองอย่างเป็นทางการวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.62)
ภาพรวมไม่น่าจะมีปัญหาจากการจัดส่งรายงานให้กับคณะกรรมการมรดกโลก เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพและความมีคุณค่าทางสากลที่ประเมินและทำรายงานมา หากได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้วจะเดินหน้าทำเอกสารขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป โดยกรมศิลปากรจะทำอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศมาให้คำปรึกษาและชี้แนะประเทศไทยเพื่อปิดจุดอ่อน ซึ่งจะผลักดันทั้ง 2 แหล่งควบคู่ไปพร้อมกัน ถือเป็นการแสดงให้เห็นความพยายามหลังหยุดการเสนอขอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทยมานานกว่า 27 ปีแล้ว
ขณะที่ นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า การขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทยจะเข้าสู่การพิจารณาในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยไทยได้พยายามหารือนอกรอบกับประเทศที่เป็นคณะกรรมการรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก 21 ประเทศ เช่น จีน อินโดนีเซีย สเปน ออสเตรเลีย เพื่อขอให้เปิดโอกาสให้ไทยได้ชี้แจงผลการดำเนินงานทั้งหมดบนเวทีมรดกโลก
โดยเฉพาะการปรับลดขนาดเส้นขอบเขตการขอขึ้นทะเบียนเข้ามาในเขตไทยฝั่งซ้ายอีกประมาณร้อยละ 15 หรือประมาณ 2 กิโลเมตร จากแนวชายแดน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการปักปันเขตแดนระหว่างไทย-เมียนมา โดยไทยต้องเร่งจัดส่งเอกสารที่ปรับปรุงแก้ไขและเอกสารข้อมูลใหม่ตามคำแนะนำภายในเวลา 24 ชั่วโมง (5 ก.ค.)