ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องนี้ ตนดูในภาพรวม จากการประชุมฝ่ายต่าง ๆ จะดำเนินคดีดังนี้คือ 1.การแจ้งความเท็จต่อตำรวจ หลังพบว่าทางร้านลิตเติ้ลดั๊กได้ยื่นขอต่อใบอนุญาตสถานบริการกับทางสว.ธุรการของสน.ห้วยขวาง ซึ่งในขณะนั้นคือ พ.ต.ท.สุนทร ไชยรักษา เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังทางบช.น. ปรากฎว่าเอกสารที่ขอนั้นปลอม จึงมีความผิดในส่วนนี้ 2.ทางสำนักงานเขตดินแดงจะแจ้งความในส่วนของการต่อเติมอาคารด้านหลังที่บุกรุกคลอง ทางสาธารณะต้องแจ้งความกับทางบก.ปทส. รวมถึงการต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขต แจ้งความสน.ห้วยขวาง และ 3.ส่วนของรฟท. ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่และอาคารในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งได้ปล่อยเช่า แต่ปรากฎว่ามีการนำไปให้เช่าช่วงต่อ โดยที่การรถไฟไม่ทราบเรื่อง ตามกฎหมายต้องมีหนังสือแจ้งรวมถึงการดัดแปลงซอยห้องก็ต้องขออนุญาตรฟท.ด้วย ในฐานะเจ้าของ เมื่อไม่มีการขออนุญาตถือเป็นความผิด ทำให้รัฐเสียหายขาดรายได้ รฟท.ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายแจ้งความต่อนายชูชีพ เอื้อวิบูลวัฒนาซึ่งอ้างเป็นผู้ดูแลอาคารลิตเติ้ล ดั๊ก ทางพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวางจะทำหนังสือให้รฟท.มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งการดำเนินคดีแจ้งความร้องทุกข์ทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า การตรวจค้นครั้งนี้ หากมีการขอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการต่อได้ ไม่ต้องหยุดก่อสร้างเพราะส่วนนี้มาจากคดีนาตารีที่เป็นคดีค้ามนุษย์พ่วงด้วยคดีฟอกเงิน แต่การปิดสถานที่ 5 ปี ตามคำสั่งคสช.นั้น เป็นคำสั่งที่ออกหลังจากเกิดเรื่องในคดีนี้จึงไม่คลอบคลุมให้สถานที่นี้ต้องปิด แค่ไปทำให้ถูกต้องและให้รัฐมีรายได้ตามกฎหมาย นอกจากนี้ตนยังสั่งการให้ทางบช.น.ดูใบขออนุญาตสถานบริการทั้งหมดในพื้นที่และดูการขออนุญาตก่อสร้าง เรื่องนี่ไม่ใช่การอุตริจับสถานบริการ แต่มีผลจากเรื่องค้ามนุษย์ หากประเทศไทยตกจากเทียร์2 ประเทศชาติก็จะได้รับความเสียหายอีกนายสุรชัย กล่าวว่า ที่ตรงนี้เป็นของรฟท.ตั้งแต่ปี 35 มีการเปิดให้เช่า ที่ผ่านมาไม่มีหนังสือจากผู้เช่าเลยว่ามีการให้เช่าต่อซึ่งหากมีหนังสือมา ทางรฟท.ต้องได้ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายด้วย รวมถึงการดัดแปลงอาคาร ทางรฟท.เจ้าของพื้นที่ก็ไม่ทราบเรื่อง ถือเป็นการขัดสัญญาเช่าข้อ8 ทำให้รัฐเสียรายได้ ทางรฟท.จะแจ้งความกับทางผู้เช่าในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และจะมีโทษปรับตามกฎหมายด้วย
นายบัญชา กล่าวว่า ตามพรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 นั้น ตามมาตรา21 การดัดแปลงอาคารต้องแจ้งทางเขต และมาตรา32การปรับเปลี่ยนประเภทอาคารก็ต้องแจ้งเขต แต่ทางร้านลิตเติ้ล ดั๊กไม่ได้ทำเลยสักมาตรา จะมีความผิดในมาตรา65 มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยโทษจะต้องดำเนินการกับเจ้าของอาคารคือรฟท. โดยมีค่าปรับวันละ10,000บาท จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ ซึ่งรฟท.จะต้องดำเนินกับผู้เช่าอาคารต่อไปเป็นทอด ๆทั้งนี้อาคารดังกล่าวมีผู้เช่าคือบริษัทขุมทองรัชดาก่อนมีการให้เช่าช่วงต่ออีก3-4ทอดทโดยร้านลิตเติ้ลดั๊กนั้น มีนายชูกิต จดทะเบียนส่วนบุคคลในนามร้าน
.