ด้านนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ย้ำว่า ญี่ปุ่นสนับสนุนกระบวนการเจรจาตั้งแต่ซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์แล้ว และเขาหวังว่าซัมมิตครั้งล่าสุดจะนำพาไปสู่ความก้าวหน้าบนคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงแสดงความยินดีและย้ำจุดยืนของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเจรจา
นอกจากนี้ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติก็แสดงความยินดีด้วยเช่นกัน โดยบอกว่า ยูเอ็นสนับสนุนความพยายามของทุกฝ่ายในการสร้างสันติภาพและปลดนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างยั่งยืน ส่วนสมเด็จพระสันปาปาฟรานซิส ตรัสว่า นี่คือความก้าวหน้าในหนทางสู่สันติภาพ ที่ไม่ใช่แค่บนคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น แต่ยังเป็นสันติภาพของโลกด้วย
อย่างไรก็ตาม สื่อหลายสำนักในสหรัฐฯ รายงานว่า แนวทางการทูตแบบใหม่ของทรัมป์คุ้มค่าที่จะเสี่ยง แม้ยังไม่มีอะไรการันตีได้ว่าเกาหลีเหนือจะยอมปลดนิวเคลียร์ก็ตาม ขณะที่บางสำนักข่าวตั้งข้อสังเกตว่าทรัมป์อาจทำไปเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองที่อยากจะเป็นจุดสนใจของคนทั่วโลก โดยไม่สนใจในเนื้อหาสาระจริงๆ