ข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ส. และตำรวจปราบปรามยาเสพติดระบุตรงกันว่า แหล่งผลิตใหญ่ของยาเสพติดที่ทะลักเข้าไทย ยังคงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มี 2 แหล่งสำคัญ คือ บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และชายแดนประเทศจีน เมื่อผลิตแล้วก็ลักลอบนำเข้ามาทางชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ถ้าชายแดนภาคเหนือจะะมีลักษณะเป็นกองทัพมด ส่วนภาคอีสานจะล่องเรือทางลำน้ำโขงล็อตใหญ่กว่า ก่อนนำขึ้นฝั่งและขนส่งต่อ
ยาเสพติดเกือบทั้งหมดถูกส่งมาพักไว้ในพื้นที่ปริมณฑลรอบๆ กรุงเทพฯ ทั้งปทุมธาน นนทบุรี และสมุทรปราการ จากนั้นก็ทยอยนำลงไปภาคใต้ ส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย และขนส่งทางทะเลไปยังหลายประเทศทั่วโลกที่มีออร์เดอร์ หรือ คำสั่งซื้อระยะหลังเครือข่ายในไทยเข้มแข็งมากขึ้น จึงพบการส่งจากท่าเรือในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกบ่อยขึ้นกว่าเดิม
ยาเสพติดแต่ละประเภทที่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั่วโลก มีตลาดลูกค้าและความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ยังนิยมใช้ยาบ้า รวมถึงบังคลาเทศ และรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ ส่วนไอซ์ จะแพร่ระบาดในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ขณะที่ประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา นิยมยาเสพติดประเภทกัญชา เฮโรอีน และโคเคนแต่ที่น่าตกใจคือ ยาเสพติดแทบทุกชนิดถูกส่งผ่านประเทศไทย ทำให้บ้านเรามีสถานะเหมือน "ซุปเปอร์ไฮเวย์ยาเสพติด"
แม้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเครือข่ายผู้ค้า เอเย่นต์ และยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณยาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับการจับกุม เพราะยิ่งจับ ราคายายิ่งสูง ผู้ที่รับจ้างขนสินค้าก็ได้ค่าตอบแทนมากคุ้มเสี่ยง เนื่องจากราคาแปรผันไปตามความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งลุกลามไปถึงกลุ่มดารา นักร้อง และคนมีชื่อเสียง แม้แต่คนที่เลือกเดินบนนนสายการเมือง ได้กลายเป็นภาพสะท้อนว่าการนับตัวเลขยาเสพติดที่ยึดได้ และสถิติการจับกุม อาจไม่ใช่ปัจจัยชี้่ขาดความสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเสมอไป