(การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทั้งยังเป็นผลดีต่อตัว รมว.คมนาคม คนใหม่ในแง่ของความน่าเชื่อถืออีกด้วย โดยทางพรรคพลังธรรมใหม่มีข้อมูลที่จะเปิดเผยในเวลายื่นญัตติที่ชัดเจนต่อไป ว่ากรณีที่เกิดน่าจะไม่มีความโปร่งใสเท่าที่ควร สำหรับคำถามที่ต้องการคำตอบคือการต่ออายุสัมปทาน ส่วนประเด็นที่สองหากรัฐบาลไม่ต่ออายุสัมปทานทั้งหมด โดยมอบหมายให้ทางการพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบ จะสามารถควบคุมค่าทางด่วนได้ ตรงข้ามกับเอกชนที่มีการขึ้นค่าทางด่วนอย่างต่อเนื่องประมาณปีละ 1 บาท อันจะเห็นได้ว่าจะทำให้ประชาชนแบกรับภาระน้อยลง และจะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ มีการลดค่าทางด่วน)
หมอระวี บอกด้วยว่า โครงสร้างของคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเชิญผู้รู้ทางกฏหมายและเศรษฐศาสตร์ ตลอดจนตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย เพื่อตรวจสอบสัญญาสัมปทานแต่ละฉบับ และคาดหวังว่าเรื่องนี้จะสิ้นสุดภายใน 3 เดือน รวมถึงจะเสนอรัฐบาลให้ทางการพิเศษแห่งประเทศไทย ที่มีเงินกองทุนอยู่แล้ว วางเงิน 4,300 ล้านบาท เพื่อศาลหยุดดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน ยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่เป็นงานในความรับผิดชอบของสภา และหลังจากนี้จะเสนอญัตติใหม่ว่าด้วยการศึกษาและแก้ค่าโง่ทั้งระบบ รวมทั้งนำบทเรียนในอดีตมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อนำไปสู่การร่างระเบียบกฎหมายเพื่อไม่ให้มีค่าโง่ในประเทศไทยอีก