แม้จะมีการผลักดันการแก้ปัญหาขยะทะเลขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ และการจัดการประชุมแบบ Green Meeting เพื่อลดการสร้างขยะ ซึ่งทำให้มองได้ว่าอาเซียนให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่น้อยไปกว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคง แต่คุณเปรมฤดี ดาวเรือง นักรณรงค์ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมจากภาคประชาสังคมที่มาร่วมเสวนา Advancing Partnership เพื่อผลักดันข้อเสนอภาคประชาสังคมสู้ผู้นำอาเซียนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประเมินว่าคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมของอาเซียนตอนนี้ อยู่ในระดับค่อนข้างวิกฤติ และภาครัฐอาเซียนก็ยังไม่มีการร่วมมือกับภาคประชาชนเท่าที่ควร
เธอบอกว่าความน่ากังวลในประเด็นสิ่งแวดล้อมในอาเซียน คือการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์ จากการคุกคามของโครงการหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งความสูญเสียนี้ยังไปกระทบปัญหาด้านอื่นๆส่วนประเด็นการแก้ปัญหาขยะทะเลของอาเซียน คุณเปรมฤดีบอกว่าถือเป็นสัญญาณที่ดี และสนับสนุนให้รัฐบาลแก้ปัญหานี้ แต่อยากให้มองลงไปถึงต้นตอปัญหาของขยะที่แท้จริง และแก้ปัญหาในจุดนั้นด้วย
เธอยังคาดหวังให้ภาคธุรกิจอาเซียนให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบในผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้น และเสนอว่าการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังของอาเซียน ควรเริ่มจากความร่วมมือระหว่างรัฐและประชาชน ไม่ใช่เพียงการประชุมในระดับผู้นำรัฐเท่านั้น แม้ภาคประชาสังคมอาเซียนถือเป็นตัวแทนประชาชน แต่หากผู้นำอาเซียนมีโอกาสรับฟังผู้ที่รับผลกระทบในพื้นที่โดยตรงย่อมมีประสิทธิภาพที่สุด