สืบเนื่องจาก กลุ่มจำเลย ซึ่งเป็นน้องๆ กับพรรคพวก ใช้กลอุบายร่วมกันหลอกลวงเอาหุ้นบริษัท สตาร์มาร์คแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่โจทก์ เป็นผู้ก่อตั้งมาเมื่อ 40 ปีก่อน ตั้งแต่เปิดเป็นร้านค้าชื่อ "เพชรเกษมเครื่องเรือน " (พ.ศ.2520) ก่อนเปลี่ยนเป็น "หจก.เพชรเกษมเครื่องเรือน" (พ.ศ.2523) จากนั้นเปลี่ยนเป็นบริษัท สตาร์มาร์คแมนนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด (พ.ศ.2534) มีโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร
จนเมื่อเดือน ก.พ. 2558 ขณะที่นายสมชาย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจและเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท สตาร์มาร์ค แมนนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด จำเลยทั้ง 5 คน ได้ร่วมกันหลอกลวงให้นายสมชายโอนหุ้นส่วนของตน จำนวน 5% ไปให้ น.ส.นันทนา เป็นผู้ถือแทน เพื่อใช้ในการบริหารในตลาดหลักทรัพย์ และได้โอนหุ้นต่อไปให้บุคคลภายนอกครอบครัวถือครองแทน ทำให้โจทก์ ขาดจากการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และครอบครัวของโจทก์ ซึ่งมีทั้งภรรยาและลูกๆ ถูกไล่ออกจากบริษัท จึงมาแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2558 โดยพนักงานอัยการ มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน เมื่อปลายปี 2561 โดยวันนี้ เป็นนัดสืบพยานโจทก์ปากแรก
นายสมชาย กล่าวว่า คดีนี้ตนเองได้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ในการฟ้องร้องเอาผิดน้องแท้ๆ เพราะคิดว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของน้องๆ วันนี้ ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ปากแรก ซึ่งตนเองจะขึ้นเบิกความในฐานะพยาน และในชั้นนี้ได้เตรียมพยานโจทก์ไว้ 6-7 ปาก โดยส่วนตัวเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม เชื่อมั่นในอำนาจของศาล ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตนเอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลของคดีจะเป็นอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลเช่นกัน