ต่อมาทางตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีจำนวนผู้เสียหายมากถึง 127 คน และมีมูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 163,069,519 บาท ทำให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย บ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ สร้างความเดือดร้อนแก่กลุ่มคนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ทางผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายชุดสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยในส่วนของพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไว้แล้วทั้งหมด
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากทำการสืบสวนติดตามตัว นางสาวนวรัตน์ หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้ จนทราบว่าปัจจุบัน เจ้าตัวรับงานพริตตี้ทั่วไป และย้ายไปพักอาศัยอยู่ใน จ.สมุทรปราการ จากนั้นทางพ.ต.ท.ภูวเดช พร้อมกำลัง ซึ่งทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหากลุ่มนี้มาโดยตลอด ได้แกะรอย นางสาวนวรัตน์ จนสามารถจับกุมตัวได้ ใน ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่ บก.ปอศ.
จากการสอบสวน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแชร์ในชื่อ "แชร์มือหลุดวุ้น & อาย" จริง โดยมีส่วนในการรับโอนเงินจากลูกข่ายของตน แล้วตนมีหน้าที่นำส่งให้กับแม่ข่าย ปัจจุบันหลังจากทราบว่ามีการดำเนินคดี ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องถึงตัวเอง จึงได้ย้ายที่อยู่มาพักอาศัยที่ จ.สมุทรปราการ จนถูกจับกุมในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตามยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหมายจับอีกหลายคน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนติดตามตัวจนพอทราบแหล่งกบดานของกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือแล้ว อยู่ระหว่างการจับกุมตัวมาให้ได้ ส่วนผู้ต้องหารายนี้จะนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป