นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจบริการผู้สูงอายุไทย นพ.ฆนัท ครุธกุล ระบุ การเติบโตของตลาดสินค้าและบริการผู้สุงอายุในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8-9% โดยมูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าตลาดธุรกิจบริการผู้สูงอายุประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท และตลาดสินค้าผู้สูงอายุอีกประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาททั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตตลาดผู้สูงอายุจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบริการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ อาหารเสริม เสื้อผ้า รถเข็น การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย หากผู้ประกอบการสามารถออกแบบได้ตรงความต้องการของตลาดดังกล่าว เชื่อว่าตลาดแห่งนี้ยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ได้อีกมากรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือส.อ.ท. เดชา โฆษิตธนากร บอกว่า ประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย อาจทำให้เกิดปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมขาดแคลน ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีออโตเมติก และอินเทอร์เน็ต มาใช้ในอุตสาหกรรมแล้วประมาณ 10-15% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ซึ่งในส่วนของธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอี คงไม่สามารถปรับตัวนำระบบออโตเมติกมาใช้ได้หมด อาจจะทำได้แค่ 10-20% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ส่วนธุรกิจรายใหญ่สามารถผลักดันได้ถึงสัดส่วน 50% ดังนั้นรัฐบาลจึงควรมีมาตรการทางภาษีเพื่อมาส่งเสริมให้ใช้ระบบออโตเมติก แก้การขาดแคลนแรงงานในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้มีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่ก็เป็นโอกาสของสินค้าและบริการที่จะเข้ามารองรับตลาดดังกล่าว ซึ่งส.อ.ท.จะให้ข้อมูลกับสมาชิกในการวางแผนเพื่อเจาะกลุ่มสินค้าในตลาดดังกล่าวด้วย โดยส.อ.ท.จะเข้าร่วมงาน InterCare Asia 2019 หรืองานแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโลยีเพื่อผู้สูงอายุ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค. ณ ไบเทค บางนา ที่ผู้ประกอบการจะมาจับคู่ธุรกิจ เพื่อต่อยอดการค้าต่อไป