โดยเฉพาะการส่งออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ควรเร่งหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรักษาการขยายตัวของภาคการส่งออกไม่ต่ำกว่า 3% ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต
ส่วนภาคการท่องเที่ยว สศช.เสนอให้วางเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวขยายตัวไม่น้อยกว่า 8.6% จากปีก่อน หรือสร้างรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องเน้นเรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ส่วนการเร่งการขับเคลื่อนการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ต้องกำชับหน่วยงานให้เร่งรัดโครงการ เพื่อให้เบิกจ่ายงบประมาณได้ทันทีที่ พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 เบิกจ่ายได้ เนื่องจากงบประมาณปีนี้จะเบิกจ่ายล่าช้า 2-3 เดือน
นอกจากนี้ จะต้องสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากไตรมาสแรกขยายตัว 4.4% โดยเร่งติดตามคำขอส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560-2562 ให้เกิดการลงทุนจริง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี รวมทั้งเตรียมพร้อมกำลังคนและแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดูแลเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย และเศรษฐกิจฐานราก
สิ่งที่สำคัญที่ต้องเสนอให้รัฐบาลขับเคลื่อนต่อเนื่องตามแผน คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รอการอนุมัติการลงทุน หรือโครงการที่อนุมัติแล้วและกำลังขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ คือ โครงการพื้นฐานสำคัญในอีอีซี โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งต้องควบคุมดูแลให้เปิดบริการทันปี 2566 ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ต้องเปิดบริการปี 2568