นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศหรือทูตพาณิชย์ ว่าเป้าส่งออกปีนี้ที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์จะเติบโต3% ตามสถานการณ์ปัจจัยลบจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีนถือว่ารับได้และเป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมประเมินกับภาคเอกชนทุกกลุ่มสินค้ายังเชื่อว่าแม้หลายประเทศที่ได้รับผลกระทบแต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ไทยจะสามารถเข้าไปเจาะตลาดโดยเฉพาะตลาดสหรัฐอินเดียและอีกหลายประเทศด้วยกัน
"ต้องให้กำลังใจกับคนทำงาน เพราะสถานการณ์ทางการค้าโลกล้วนได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งแน่นอนไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย แต่อยากให้มองวิกฤติเป็นโอกาสโดยเฉพาะตลาดสหรัฐจะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะต้องให้ข้อมูลและการช่วยเหลือภาคเอกชนไทย รวมถึงตลาดใหญ่อย่างอินเดีย ที่เศรษฐกิจยังโตสูงถึง 7% ควรจะมีแผนการผลักดันส่งออกชัดเจน"
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า ได้นำเสนอข้อมูลในการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้แก่ทูตพาณิชย์ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าการส่งออกในช่วง8 เดือนที่เหลือของปีนี้โตเฉลี่ยเดือนละ 5% เพื่อให้การส่งออกทั้งปีโตได้ 3% หลังจากการส่งออก4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย.) ติดลบแล้ว 1.9% ซึ่งเป็นการปรับลดเป้าหมายการส่งออกจากเดิมกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าขยายตัวไว้ที่8% เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้า(เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลต่อการส่งออกไปทั่วโลก
"จากสิ่งที่ประมวลมาข้างต้น 8 เดือนสุดท้ายจะใส่ความพยายามให้มากที่สุด เพื่อให้ทั้งปีเติบโต 3%" น.ส.บรรจงจิตต์กล่าว