โดยในวันนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดจะหารือกับกทพ.ถึงรายละเอียดร่างสัญญาขยายสัมปทาน 30 ปี ซึ่งกทพ.ปรับปรุงแก้ไขตามมติบอร์ดเพื่อพิจารณาว่าจะไม่เกิดความเสียหายต่อกทพ.
ที่ผ่านมา ประธานบอร์ดกทพ. สุรงค์ บูลกุล ยืนยันว่าการขยายสัมปทานทางด่วน 3 โครงการให้ BEM โครงการละ 30 ปีเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในภาวะปัจจุบัน และบอร์ดกทพ.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบโดยใช้เวลาถึง 4 เดือน
ขณะที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกทพ.ยังคงเดินหน้าคัดค้านการขยายสัมปทานดังกล่าวเพราะเห็นว่ายังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน และควรรอให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินใจโดยสหภาพฯตั้งข้อสังเกตว่ามูลค่าสัมปทานทางด่วน 3 โครงการ ที่จะขยายอายุโครงการละ30 ปี มีมูลค่ากว่า 2.7 แสนล้านบาท สูงกว่าวงเงิน 17 คดีข้อพิพาท ซึ่งบอร์ดกทพ.ระบุว่าอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท และที่สำคัญขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้ายว่ากทพ.จะเป็นฝ่ายแพ้ทั้ง 17 คดี และต้องจ่ายชดเชยให้ BEM ในวงเงินสูงถึง 1.3แสนล้านบาทจริงหรือไม่
คงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร