ในส่วนของสัมปทานดิวตี้ฟรี มีผู้ยื่นประมุล 3 ราย คือ เจ้าของสัมปทานเดิม บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี กลุ่มบมจ.การบินกรุงเทพ ซึ่งมีพันธมิตรเป็นผู้ประกอบการดิวตี้ฟรียักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก คือกลุ่มล็อตเต้ จากเกาหลีใต้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ส่วนรายสุดท้ายคือ.บมจ.โรงแรมรอยัลออคิด ซึ่งมี World Duty Free Group หรือ  WDFG UK LIMITED จากอังกฤษร่วมเป็นพันธมิตร และที่สำคัญผู้ถือหุ้นของ  WDFG คือ Dufry (ดูฟรี) ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการดิวตี้ฟรีอันดับ 1 ของโลก

การที่ยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของโลก โดดลงมาแข่งขันในสนามเดียวกัน จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า สุดท้ายแล้วคิงเพาเวอร์ ซึ่งครองสัมปทานดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิมาอย่างยาวนาน จะยังคงรักษาสัมปทานไว้ได้หรือไม่ หลังจากครองสัมปทานมาตั้งแต่ปี 2549 และจะสิ้นสุดสัมปทานวันที่ 27 กันยายน 2563 

ที่ผ่านมา สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ตั้งข้อสังเกตถึงเงื่อนไข TOR ประมูลดิวตี้ฟรีว่า โดยปกติแล้วจะต้องให้เวลาเอกชน 60-90 วัน ในการจัดทำข้อเสนอ แต่ ทอท.ให้เวลาทำแผนเพียง 30 วัน และใน TOR ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าในอดีตสินค้ากลุ่มใดขายได้เท่าไหร่ นักท่องเที่ยวชาติไหนเข้ามา ซึ่งมีผลต่อการประมูล สมาคมฯย้ำว่าการไม่มีข้อมูลเหล่านี้คนที่ได้เปรียบคือเจ้าของสัมปทานเดิม 

นอกจากนั้น TOR ยังให้น้ำหนักกับคะแนนเรื่องผลตอบแทนแค่ 20% ส่วนอีก 80% เป็นเรื่องของแผนธุรกิจ หรือข้อมูลทางเทคนิค ทำให้คนที่เสนอให้ผลตอบแทน 40% อาจจะแพ้คนที่ให้ผลตอบแทนแค่ 20% ก็ได้ 

ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล ได้ร่วมซื้อซองประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี และเสนอรายชื่อพันธมิตรคือบริษัท ดีเอฟเอส เวนเจอร์ สิงคโปร์ ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีอันดับ 4 ของโลก แต่สุดท้ายกลุ่มเซ็นทรัลก็ไม่ยื่นซองประมูล เหตุเพราะดีเอฟเอสมองว่าเงื่อนไขทีโออาร์ไม่เอื้อให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง จึงไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าร่วมประมูล 

ส่วนอีก 1 สัมปทานคือ การบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งมีคิงเพาเวอร์เป็นเจ้าของสัมปทานเดิมเช่นกัน โครงการนี้มีผู้ยื่นซอง 3 ราย คือ คิงเพาเวอร์ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา และบมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล แต่สุดท้ายไมเนอร์ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ เพราะทอท.ระบุว่า ขาดประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจตามทีโออาร์ เนื่องจากซื้อซองประมูลในนามของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็น Holding Company ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการบริหารงาน แต่ที่มีประสบการณ์คือบริษัทลูก ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ซึ่งไมเนอร์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมทั้ง ทอท. เพื่อขอให้ทบทวนการพิจารณา