มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสารกันบูดในโรตีสายไหมอยุธยาซ้ำรอบสอง พบร้านเดิมยังตกมาตรฐานซ้ำ สารกันบูดเกิน 1,000 มก./กก. ถึง 6 ร้านจาก 13 ร้าน พบสูงสุดถึง 3,000 มก./กก. จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการ ห่วงขายใน กทม.อาจเสี่ยงมากกว่า

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร หัวหน้ากองบรรณาธิการ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดผลทดสอบสารกันบูดในโรตีสายไหม รอบ 2 พบสารกันบูดเกินมาตรฐาน 4 ร้าน จาก 10 ร้านผลการตรวจสอบ 13 ตัวอย่างครั้งนี้ พบโรตีสายไหม 6 ตัวอย่างมีปริมาณสารกันบูดเกิน ได้แก่ ร้านเรือนไทย, ร้านไคโร น้องชายบังอิมรอน, ร้านบังหมัด, ร้านวริศรา, โรตีสายไหม, ร้านบังเปีย อามีนะห์ แสงอรุณ และร้านแม่ชูศรี ส่วน 7 ตัวอย่างไม่พบสารกันบูดเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ร้านอาบีดีน+ประนอม แสงอรุณ, ร้านวรรณพร, ร้านจ๊ะโอ๋, ร้านเอกชัย, ร้านประวีร์วัณณ์, ร้านศิลัคข บังอารีย์ แสงอรุณ และร้านแกรนด์ โรตีสายไหม (โรตี ล้อเล็ก)

ซื้อโรตีอยุธยาระวัง หลังพบ "สารกันบูด-สี" เกินมาตรฐาน 6 ร้าน


สำหรับอาหารในกลุ่มขนมหวานที่มีธัญชาติและสตาร์ชเป็นส่วนประกอบหลักนั้น พบมีแผ่นแป้งโรตี 2 ตัวอย่างปริมาณสีอาหารสังเคราะห์เกินมาตรฐาน ได้แก่ ร้านวรรณพร และร้านประวีร์วัณณ์เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค เผยการสุ่มเก็บตัวอย่าง 13 ตัวอย่างเป็นการเก็บตัวอย่างในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากผู้ประกอบการนิยมนำสินค้าที่จำหน่ายไม่หมดออกจำหน่ายในวันถัดมาและพบว่ามักใส่สารกันบูดปริมาณมาก จึงขอแนะนำให้เลือกซื้อ โดยสังเกตเส้นสายไหมและแผ่นแป้งที่มีสีไม่เข้มจัด เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคสีผสมอาหารสังเคราะห์และควรบริโภคในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารกันบูดมากเกินไป โดยเฉพาะในเด็กที่นิยมบริโภคในปริมาณมากหรือคนทั่วไป บางคนหากร่างกายมีการตอบสนองสารเหล่านี้ไว จะเกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการระคายเคือง และอาจทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงช็อกเฉียบพลัน หายใตไม่ออก หรือเป็นลมหมดสติได้