ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยส่งออกทางไปนอกราชอาณาจักรแต่ล่าสุดหลังจากที่ มีการออกร่างระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการส่งออกช้างออกไปนอกราชอาณาจักรทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการส่งออกช้างจะส่งผลดีและส่งผลเสียอย่างไร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

รายการชั่วโมงสืบสวน 26 พ.ค. 2562 - หลังปี 2552 ประเทศไทยยุติการส่งออกช้างไปนอกราชอาณาจักร จนกว่าจะขึ้นทะเบียนช้างบ้านทั่วประเทศให้แล้วเสร็จ เพื่อป้องกันการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้านแล้วส่งออกไปต่างประเทศ
เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ไม่ต้องมีช้างไทยตัวไหน ที่ระหกระเหิน ข้ามน้ำข้ามทะเล ออกไปนอกบ้านเกิด จนกระทั่ง ปี 2562 เมื่อวันที่ 10 เมษายนกระทรวงพาณิชย์ได้ออกระเบียบ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการอนุญาตให้ส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร
แม้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อดุลย์ โชตินิสากรณ์ จะบอกว่า ช้างที่ส่งออกได้ต้องเป็นช้างที่จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณแล้วเท่านั้น และอนุญาตให้ส่งออกช้างได้ 3 กรณี คือ 1) การส่งช้างเพื่อการศึกษาวิจัย 2) การส่งช้างเพื่อสัมพันธไมตรี และ 3) การส่งส่วนต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้มาจากช้างเพื่อศึกษาวิจัยทางวิชาการ หรือเพื่อเป็นโบราณวัตถุ/ศิลปวัตถุ ซึ่งระเบียบกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้ จะบังคับใช้ จนกว่าร่าง พ.ร.บ.ช้าง พ.ศ. .... ของกรมปศุสัตว์จะแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้
"กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอให้เราช่วยคงประกาศปี 2555 ไว้และให้เราช่วยออกระเบียบเพื่อเป็นแนวปฏิบัติรองรับกับประกาศนั้น ซึ่งเนื้อหาที่ร่างทั้งหมดในระเบียบกระทรวงพาณิชย์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นคนร่างให้ แล้วก็ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไปผ่านทางเว็ปไซต์และ facebook รวมทั้งออกข่าวด้วยว่าให้มาแสดงความคิดเห็น ปรากฏว่ามีคนแสดงความคิดเห็น 2 คน แต่ไม่มีคนกันคาน" อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุ
อย่างไรก็ตาม องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ก็ยังแสดงความเป็นห่วงถึงคุณภาพชีวิตของช้างที่ส่งออกไปจริงๆ คำถามสำคัญก็คือ ในยุคปัจจุบันยังมีความจำเป็นต้องส่งช้างไปเพื่อวิจัย หรือเชื่อมสัมพันธไมตรีกันอยู่หรือไม่
ผู้จัดการโครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่า WWF-Thailand เจษฎา ทวีกาญจน์ บอกว่า เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันกว้างมาก ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันจะเป็นอย่างไร เหมือนกับว่ารัฐบาลกับรัฐบาลส่งช้างไป อยู่ในอุทยานของเขาหรือว่าอยู่ในสวนสัตว์ เราก็อยากจะให้แน่ใจว่า มันเหมาะสมกับการที่จะเอาช้างจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง เพราะว่าช้างก็เป็นสัตว์ใหญ่ สิ่งแวดล้อมแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่ามันจะเหมาะสมไหม ฉะนั้นถ้าระเบียบมันออกมาแล้วมีรายละเอียดชัดเจนกว่านี้ก็คงจะทำให้สบายใจได้ในระดับหนึ่ง.