ไปตามปัญหาไฟป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งเมื่อบวกกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่วิกฤติหนัก ทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพและสุขอนามัยอย่างกว้างขวาง แม้ช่วงนี้จะเข้าหน้าฝน ทำให้ปัญหาเบาบางลงไปบ้าง แต่ถ้าไม่รีบจัดการเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ปีหน้าและปีต่อๆ ไป คนไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นพิษ ควันไฟป่ากับซ้ำซากอีก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


ล่าสุดวันนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้จัดงานเสวนาระดมสมองเพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ-ไฟป่า เพื่อสรุปรายงานเป็นข้อเสนอแนะส่งต่อไปยังรัฐบาลชุดใหม่

การเสวนาใช้ชื่องานว่า "ตามหาความจริงเรื่องไฟป่าและฝุ่น PM 2.5" เวทีนี้เป็นเวทีที่ 3 หัวข้อ "บทบาทสถาบันการศึกษา สภาวิศวกรร่วมกับท้องถิ่นในการป้องกันแก้ไขไฟป่าและฝุ่น PM 2.5" จัดขึ้นที่ห้องประชุมคำมอกหลวง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจากทุกฝ่ายมาร่วมระดมสมองกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สภาวิศวกร ผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และองค์กรปกครองท้องถิ่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล บอกว่า เหตุการณ์หมอกควันและไฟป่าในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำให้เห็นปัญหาของการปฏิบัติงานและผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะจังหวัดเชียงรายมีจุดฮอตสปอต (ไฟป่า) และค่าฝุ่นละอองในอากาศที่สูงเกินกว่ามาตรฐาน ซึ่งหลังจากนี้ ทางจังหวัดจะมีมาตรการร่วมมือกับส่วนงานต่างๆ มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บอกว่า ทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดบทบาทให้มหาวิทยาลัยเองเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางในการระดมความคิด เพื่อหาวิธีป้องกันและแก้ไข โดยร่วมกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ รวมทั้งตั้ง "ศูนย์ศึกษา วิจัย และปฏิบัติการเพื่อลดปัญหาการเกิดไฟป่าหมอกควันในประเทศไทยและในภูมิภาค" ขึ้น ซึ่งเป็นการทำงานแบบไร้พรมแดน เพราะเป็นปัญหาข้ามพรมแดน

เวทีระดมสมองยังไม่จบแค่นี้ ยังเหลืออีก 1 เวทีเพื่อสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขทั้งหมด เสนอต่อรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งปัญหาฝุ่นควันและฝุ่นพิษที่เรื้อรังและร้ายแรงมากขึ้นทุกที