กระทรวงพาณิชย์ ชี้ เอฟทีเอดันมูลค่าการค้าไทย-อินเดียช่วง 4 เดือน มูลค่า 4,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 4.9% แนะผู้ส่งออกไทยเร่งใช้สิทธิประโยชน์ผลักดันการส่งออกในภาพรวม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จากการติดตามสถิติการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศคู่ค้า 18 ประเทศ ที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลีและอินเดีย พบว่าในภาวะที่การส่งออกไปประเทศคู่ค้าของไทยเริ่มชะลอตัว แต่มูลค่าการค้าและการส่งออกไปอินเดียในช่วง4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ปี 2562 ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเอฟทีเอที่ไทยกับอินเดียมีร่วมกัน2 ฉบับ ได้แก่ 1.เอฟทีเอไทย-อินเดียซึ่งทั้งสองประเทศได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรสินค้าระหว่างกันแล้ว 83 รายการตั้งแต่ปี 2549 เช่น เงาะ ลำไย มังคุด ทุเรียน อาหารทะเลกระป๋องอัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

 





2. เอฟทีเออาเซียน-อินเดียทั้งสองฝ่ายได้ลดภาษีศุลกากรสินค้ากว่า 4,145 รายการ เหลือร้อยละ 0 แล้ว เช่นเคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมเฟอร์นิเจอร์และส่วนประกอบ เครื่องสำอาง ผักและพืชประเภทถั่ว อาหารปรุงแต่งและน้ำผลไม้ เป็นต้น ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอินเดียในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 4,277.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 4.9เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปอินเดียเป็นมูลค่ากว่า2,650.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 2.4 ขณะที่ไทยนำเข้าจากอินเดียเป็นมูลค่า1,627.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9.4

 







 "อินเดียถือเป็นตลาดขนาดใหญ่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นลำดับที่5 ของโลก มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ขนาดพื้นที่กว่า 3.2ล้านตารางกิโลเมตรผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรมองข้ามโอกาสจากตลาดขนาดใหญ่อย่างอินเดียและควรพยายามศึกษาและทำความเข้าใจการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอรวมทั้งขยายการลงทุนทำธุรกิจในประเทศอินเดียเพิ่มขึ้น" นางอรมนกล่าว