รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงจับสองหนุ่ม เครือข่ายชาติพันธุ์ พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์อื้อกว่า 800 ล้านบาทพบเป็นเครือข่ายขนจากภาคเหนือตอนบนส่งให้ลูกค้าผู้จ้างในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 พฤษภาคม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) คณะกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ร่วมกับ กอ.รมน.และเจ้าหน้าที่ในสังกัด แถลงผลการจับกุม นายวีรชน อิ่มเปี่ยม อายุ 32 ปี และนายธนพล ใจห่อ อายุ 23 ปี ทั้งสองเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด โดยยึดของกลางเป็นยาบ้า 4,459,200 เม็ด พร้อมทรัพย์สินอื่นรวมมูลค่าอีกกว่า 893,186,400 บาท

รวบ 2 หนุ่มขนยาบ้า-ยึดทรัพย์ 800 ล้าน


พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทราบว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติดลอบขนยาบ้ามาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพื่อมาส่งต่อให้กับลูกค้าของผู้จ้างในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้รถยนต์ทะเบียน ญฌ 2158 กทม. และทะเบียน กบ 7714 กาญจนบุรี เป็นพาหนะลำเลียง ซึ่งมีประวัติในคดียาเสพติด ผ่านจังหวัดเชียงราย,ลำปาง มาจนถึง จ.สิงห์บุรี โดยหลบเลี่ยงด่านตรวจตามเส้นทางหลัก

รวบ 2 หนุ่มขนยาบ้า-ยึดทรัพย์ 800 ล้าน


พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อ จนเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง บช.ปส.ร่วมกับ สภ.โกรกพระ ,ชุดสืบสวนภูธร จ.นครสวรรค์ ไล่ตามรถต้องสงสัยทะเบียนกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ผู้ขับขี่จะทิ้งของกลางลงร่องน้ำข้างสระสาธารณะ ม.1 ต.เนินศาลา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ตรวจพบยาบ้าของกลางนับได้ประมาณ 4,460,000 เม็ด สัญลักษณ์ 999 สีแดงและสีน้ำเงินซึ่งเป็นของกลุ่มว้าใต้ สัญลักษณ์Y1 สีแดง และรูปผลองุ่นสีแดงของกลุ่มว้าเหนือ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง ได้หน้าบ้านพักใน ต.วังเย็น อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในช่วงเย็นวันเดียวกัน

รวบ 2 หนุ่มขนยาบ้า-ยึดทรัพย์ 800 ล้าน


เบื้องต้นแจ้งข้อหา" ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย" และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายวีรชน ฐาน" มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินการ พร้อมยึดทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ อีก 9 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1,186,400 บาท